ฮือฮา สาวน้อยวัย 19 ปี ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรส

ฮือฮา สาวน้อยวัย 19 ปี ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรส

ฮือฮา สาวน้อยวัย 19 ปี ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรส

เด็กสาววัย 19 ปี ชาวญี่ปุ่นพิชิตยอดเขาเอเวอเรส และกลายเป็นสตรีญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวสุดฮือฮาโด่งดังไปทั่วกับเด็กสาววัย 19 ปี ชาวญี่ปุ่นชื่อว่า Marin Minamiya กลายเป็นสาวชาวญี่ปุ่นที่มีอายุน้อยที่สุด ที่สามารถปีนขึ้นไปสู่จุดที่สูงที่สุดของยอดเขาเอเวอเรสได้ โดยได้รับคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว

รายงานข่าวของ Japantimes ระบุว่า สาววัย 19 ปีรายนี้ พิชิตยอดเขาได้เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยความสูงที่เธอสามารถพิชิตได้ในครั้งนี้อยู่ที่ 8,848 เมตร ถือว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดแล้วและในการปีนเขาครั้งนี้ เธอเป็นหนึ่งในทีมนักปีนเขา ที่เดินทางมาด้วยกัน 18 คน โดยใช้เส้นทางตะวันออกเฉียงใต้ในฝั่งเนปาล

Marin Minamiya ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คของเธอว่า เธอกลับมาที่เมืองกาฐมาณฑุแล้ว เมื่อวานนี้ เธอได้พิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกสำเร็จ แน่นอนว่าเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก เธอรู้สึกปวดไปหมดทั้งตัว รู้สึกเหมือนเล็บที่หัวแม่เท้าจะหลุดออกไป แต่อย่างไรก็ตามเธอมีความสุขมาก ตื่นเต้นมาก ถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว

เธอกล่าวอีกว่าเธอจะเดินทางกลับญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้ จากนั้นในสัปดาห์หน้า เธอมีแผนจะเที่ยวที่เดนาลี แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอลาสก้าในสหรัฐอเมริกาต่อ

รายงานข่าวระบุด้วยว่า เด็กสาวผู้นี้เคยสร้างสถิติ ในการเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุด ที่สามารถพิชิตความสูงระดับ 8,163 เมตร ของเทือกเขามานาสลู ในเนปาล ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 8 ของโลกมาแล้วเมื่อเดือนตุลาคม

สำหรับสตรี ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก ที่สามารถปีนขึ้นยอดเขาเอเวอเรสได้นั้น เป็นเด็กสาวชาวอินเดียชื่อว่า Malavath Purna เธอพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้ เมื่อปี 2014 โดยในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 13 ปี แต่ในขณะนั้น เธอต้องปีนขึ้นมาจากฝั่งของทิเบต เพราะทางฝั่งของเนปาล ไม่อนุญาติให้เด็กอายุต่ำว่า 16 ปี ขึ้นปีนเขา

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูกาลของการปีนเขา จะมีนักปีนเขากว่า 400 คน ขึ้นมาจากฝั่งของเนปาล ซึ่งในฤดูกาลล่าสุดนี้ มีนักปีนเขาชาวต่างชาติได้รับอนุญาติให้ปีนได้จำนวน 289 คน และการปีนเขาเป็นเรื่องที่อันตราย

ล่าสุด มีรายงานมาว่าเมื่อวันศุกร์พบผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นชาวออสเตรเลีย อินเดียน และดัช นอกจากนั้นยังมีนักปีนเขาชาวอินเดียน หายไปอีก 2 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

source: japantimes

สกอตแลนด์ เตรียมลงประชามติแยกตัวจากอังกฤษรอบ 2

สกอตแลนด์ เตรียมลงประชามติแยกตัวจากอังกฤษรอบ 2

สกอตแลนด์ เตรียมลงประชามติแยกตัวจากอังกฤษรอบ 2

สกอตแลนด์เริ่มเคลื่อนไหวที่จะจัดให้มีการลงประชามติเพื่อแยกตัวออกจากอังกฤษแล้ว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยยืนยันว่าความสัมพันธ์กับอังกฤษจะคงเดิม แม้ว่าอังกฤษจะไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปต่อไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเดวิด แคเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 ที่พระราชวังบัคกิงแฮม เพื่อรายงานผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการและกราบทูลให้ทรงทราบหลังการประกาศที่จะลาออกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเปิดทางให้ผู้นำคนใหม่เป็นผู้ตัดสินใจทางการเมืองนำพาอนาคตของอังกฤษต่อจากนี้

ด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศจับตามองตลาดการเงินและจะประสานงานกับธนาคารกลางของประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งระบุว่า ธนาคารมีเงินทุนสำรองและมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการเสริมสภาพคล่องทั้งเงินสกุลยูโรและเงินสกุลต่างชาติ โดยทางธนาคารจะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของราคาและการเงินในตลาดยุโรปอย่างเต็มที่

การประกาศความพร้อมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการลงประชามติในอังกฤษส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะเงินปอนด์ สเตอร์ลิง ที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 31 ปี ในขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกปรับตัวลดลงกันถ้วนหน้า

ด้าน นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซึ่งสนับสนุนให้อังกฤษออกจากอียู และเป็นผู้ที่ได้รับการวางตัวให้เป็นผู้นำคนใหม่ของอังกฤษ ประกาศว่า การแยกตัวในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่อังกฤษจะมีอิสรภาพในการจัดการเศรษฐกิจและควบคุมชายแดนของตัวเองและอังกฤษยังไม่จำเป็นที่จะต้องรีบเร่งในการเจรจาเพื่อออกจากอียู

ส่วนนางนิโคลา สเตอร์เจียน ผู้นำสกอตแลนด์ ประกาศว่า ขณะนี้สกอตแลนด์กำลังดำเนินการ เพื่อจัดการลงประชามติแยกตัวออกจากอังกฤษเป็นครั้งที่ 2 หลังจากประสบความล้มเหลวในการลงประชามติครั้งแรก เมื่อปี 2557

ขณะที่นางมาครี เลอ ปอง หัวหน้าพรรคเนชั่นแนล ฟรอนท์ ของฝรั่งเศส เรียกร้องให้มีการลงประชามติเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งระบุว่า ผลประชามติในอังกฤษสะท้อนให้เห็นถึงชัยชนะแห่งเสรีภาพ ดังนั้นฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ ในอียู จะต้องจัดการลงประชามติเช่นเดียวกับอังกฤษ

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ว่าที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกันในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศแสดงความยินดีต่อผลประชามติของอังกฤษ พร้อมทั้งระบุว่านี่ถือเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม ที่แสดงว่าชาวอังกฤษต้องการอิสรภาพและต้องการประเทศกลับคืนมา

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศท่าทีของประเทศไทยต่อผลประชามติในอังกฤษ ว่า อังกฤษจะยังคงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในยุโรปของไทยและไทยจะรักษาความสัมพันธ์กับอังกฤษไว้ต่อไป แม้อังกฤษจะไม่ได้เป็นสมาชิกอียูแล้วก็ตาม เนื่องจากความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในภาครัฐบาล เอกชนและประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยว่า นายไบรอัน เดวิสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้โทรศัพท์หารือกับนายทรงพล สุขจันทร์ อธิบดีกรมยุโรปของกระทรวงการต่างประเทศแล้ว รวมทั้งแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลอังกฤษในการดำเนินการตามผลการลงประชามติดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย จะหารือและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะมีขึ้นในมิติทางเศรษฐกิจต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

‘นิโคลา สเตอร์เจียน’ นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์เตรียมเจรจากับสหภาพยุโรป ขออยู่ในอียูต่อไป แม้สหราชอาณาจักรจะลงประชามติออกจากอียูก็ตาม

นางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ ระบุว่าจะเจรจาโดยด่วนกับสหภาพยุโรปหรืออียู เพื่อหาทางรักษาสถานภาพของสกอตแลนด์ในอียูต่อไป หลังจากผลประชามติเบรกซิทออกมาเมื่อวานนี้ว่าสหราชอาณาจักรจะออกจากอียู

เสียงข้างมากจากทั้งอังกฤษ และเวลส์เลือกที่จะออกจากอียู ส่งผลให้สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ที่แม้จะเลือกอยู่ต่อ แต่ก็ต้องออกจากอียูด้วยในฐานะส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ทำให้นางสเตอร์เจียนบอกว่า มีโอกาสที่สกอตแลนด์จะทำประชามติ แยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังจาก2ปีก่อนหน้านี้เคยมีการลงมติค้านการแยกตัวออกจากอังกฤษมาแล้ว