โลกเศร้า สูญเสีย “มูฮัมหมัด อาลี” ตำนานมวยเฮฟฟี่เวท

โลกเศร้า สูญเสีย “มูฮัมหมัด อาลี” ตำนานมวยเฮฟฟี่เวท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) มูฮัมหมัด อาลี ตำนานมวยเฮฟฟี่เวทชื่อก้อง วัย 74 ปี เสียชีวิตแล้ว หลังทรุดป่วยด้วยอาการด้านระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนจากโรคพาร์กินสัน ที่เขาทนทุกข์ทรมานมาตลอดหลายปีในช่วงบั้นปลายชีวิต ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองสกอตเดลล์ รัฐแอริโซนา สหรัฐฯ อย่างเร่งด่วนไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา

สำหรับงานศพของมูฮัมหมัด อาลี จะจัดขึ้นที่บ้านเกิดของเขาในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะมีผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก ซึ่งอาจรวมถึง ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐอเมริกา เดินทางไปร่วมไว้อาลัยด้วย

ทั้งนี้ มูฮัมหมัด อาลี ( Muhammad Ali) อดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน มีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์ (Cassius Marcellus Clay Jr.) แต่นิยมเรียกว่า เคสเซียส เคลย์

มูฮัมหมัด อาลี เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1942 ที่เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกี้ สหรัฐอเมริกา และก้าวเข้าสู่วงการชกมวยเมื่ออายุเพียง 12 ปี โดยเขาคือนักมวยคนแรกที่ครองแชมป์มวยเฮฟวีเวทโลก 3 สมัยในปี 2507, 2517 และ 2521 จนทำให้ถูกยกให้เป็นแชมป์มวยระดับตำนานของโลก

ภาพจาก gettyimages

ยิ่งลักษณ์FBขอบคุณแฟนเพจบึงกาฬ-ครั้งหน้าแพร่

ยิ่งลักษณ์FBขอบคุณแฟนเพจ

ยิ่งลักษณ์FBขอบคุณแฟนเพจบึงกาฬ-ครั้งหน้าแพร่

‘ยิ่งลักษณ์’ เฟซบุ๊ก ขอบคุณแฟนเพจ – ปชช.ชาวบึงกาฬ ต้อนรับอบอุ่น นัดพบครั้งต่อไป เยือนเมืองแพร่

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Yingluck Shinawatra” ว่า ขอขอบคุณแฟนเพจ ประชาชน และน้อง ๆ จากโรงเรียนบึงกาฬ กับการต้อนรับที่อบอุ่นทุกครั้งที่ไปเยือน และที่สำคัญยังได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว “เชิงพุทธรักษ์” ที่สวยงาม อย่าง “ภูทอก” ให้ได้ไปเยี่ยมชมอีกด้วย และพบกันครั้งหน้าที่ จังหวัดแพร่

9 เคล็ดลับมีเงินล้านแม้อายุยังน้อย

เคล็ดลับรวยตั้งแต่เด็ก

9 เคล็ดลับมีเงินล้านแม้อายุยังน้อย

สมัยนี้มีวิธีการมากมายในการได้มาเงินล้าน ที่ใครหลายคนฝันอยากจะมีให้ได้เร็วๆ พรุ่งนี้เลยยิ่งดี!! มันก็ไม่ได้ง่ายเลยทีเราจะมีเงินล้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะคนที่อายุน้อยๆ จะมีเงินล้านก็อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่มันก็ไม่ยากเกินความพยายามของเรา

เรามาดู 9 เคล็ดลับมีเงินล้านแม้อายุยังน้อยกันเลย
1. รู้จักทำมาหากิน

การที่เรารู้จักทำงาน หารายได้พิเศษ หรือรายได้เสริม นอกจากจะมีเงินเก็บมากมายแล้ว ยังได้ทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ เราจะได้เข้าใกล้เงินล้านอย่างรวดเร็ว วิธีง่ายๆ ทำงานแล้วก็ทำงานนะครับ รับรองได้มุมมองหารายได้และโอกาสใหม่ๆ อาจจะรวยวันรวยคืนโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
2. ออมเงินให้เป็น

รายได้ที่ได้มาในแต่ละเดือน นำมาออมไว้สัก 10% ขำเข้าบัญชีเงินฝากประจำ ห้ามกดออกมาใช้เด็ดขาด หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ เป็นการกระตุ้นตัวเองให้หาเงินมากขึ้นอีกด้วย ค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ ใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล แบบนี้เงินล้านอยู่ไม่ไกลเลยครับ
3. อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

การที่มีรถ มีมือถืออยู่แล้ว ก็ไม่ต้องคอยตามกระแส ใช้เงินไปกับการซื้อของตามแฟชั่น จนใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ซื้อไปเรื่อยๆ แล้วจะมีเงินล้านได้ยังไง หากนับเงินที่เสียไปกับของฟุ่มเฟือยทั้งหลาย ได้หลายล้านละมั้ง อะไรที่มีอยู่แล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อใหม่ครับ เช่น มีรถที่ยังใช้ได้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องขยันสร้างหนี้ให้ตัวเองลำบากนะครับ
4. เงินอยู่ใกล้ตัวเรา

เงินล้านหาไม่ยาก ถ้าเรายังมีแรงทำงาน ยิ่งทำงานหนัก ก็ยิ่งมีเงินมากขึ้น ที่บอกว่างานหนัก มันคือการที่เราหางานเสริมจากงานประจำที่สร้างรายได้ให้เรามีโอกาสที่จะได้สัมผัสถึงเงินล้าน เช่น การทำงานนอกเวลางาน หารายได้พิเศษทำ หาวิธีสร้างรายได้ใหม่ๆ ใช้โลกอินเตอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์
5. นำเงินต่อยอดให้เพิ่มมากขึ้น

หลักการง่ายๆ นำเงินที่ได้มาจากการทำงาน เก็บออมต่างๆ ไปลงทุนต่อยอดที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มมากขึ้น ถ้าเรายังไม่รู้จะลงทุนอะไรดี ลองกลับไปคิดดูว่า เรามีความสนใจในเรื่องอะไร ถนัดและมีความชำนาญมากน้อยแค่ไหน จากนั้นลงทุนสักก้อน เพื่อสร้างผลตอบแทน และได้ทำในสิ่งที่เรามีความสุข
6. ดูคนรวยเป็นแบบอย่างบ้าง

สังเกตุว่าคนรวยมีพฤติกรรมอย่างไร ทำไมเขาถึงรวยเอาๆ แน่นอนเลยว่าไม่ใช่ใครๆ จะรวยได้ง่ายๆ มันต้องผ่านอะไรมาหลายอย่างเต็มไปหมด กว่าเขาจะมีวันนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย เรียนรู้จากความผิดพลาดให้เยอะที่สุด และนำเอาจุดนี้ไปพัฒนาต่อไป รับรองเงินล้านมันก็ไม่ยากเย็นอะไรเลย
7. ทำอะไรต้องมีเป้าหมาย

การที่เราจะทำอะไรสำเร็จได้นั้น ต้องมีการวางแผน วางเป้าหมายให้ดีๆ หลายคนอาจจะมองข้ามข้อนี้ไป การที่เราวางแผน เราอาจจะเห็นและคาดการณ์เหตุการณ์ข้างหน้าได้ หากเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น จะได้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด อยากมีเงินล้าน ก็วางเป้าหมายง่ายๆ จะต้องมีเงินล้านให้ได้ภายในกี่ปี เป้นต้น
8. ซื้อพันธบัตรรัฐบาล

การซื้อพันธบัตรรัฐบาล ก็เหมือนกับการกินดอกเบี้ยเงินฝาก แต่จะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคาร 5 – 6% ต่อปีเลยทีเดียว โดยรัฐบาลเป็นผู้ออกพันธบัตร และจ่ายดอกเบี้ย จะออกเป็นช่วงๆ ระยะเวลา ดอกเบี้ย จะเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐบาล ข้าราชการและผู้สูงอายุที่มีเงินเก็บส่วนใหญ่จะนิยมซื้อเอาไว้ สังเกตได้จากเมื่อมีพันธบัตรออกมา ใช้เวลาไม่นานก็ขายหมดเกลี้ยง
9. ซื้อทองเก็บไว้

เป็นการหาเงินแบบไม่ต้องลงแรง แต่ต้องลงเงินมากหน่อยและต้องลงให้เป็น ช่วงไหนราคาทองตก ก็จัดการซื้อมาได้เลย เราไม่เน้นเกร็งกำไรรายวัน ใช้วิธีการซื้อสะสม อาศัยผลตอบแทนระยะยาว เพราะทองคำถือไว้ยาวๆ ราคามีโอกาสสูงขึ้นเป็นไหนๆ หากลองย้อนไปดูราคาทองมีแต่จะสูงขึ้นๆ
● ปี พ.ศ. 2504 ทองบาทละ 400 บาท
● ปี พ.ศ. 2535 ทองบาทละ 4,000 บาท
● ปี พ.ศ 2545 ทองบาทละ 8,000 บาท
● ปัจจุบัน ทองบาทละ 18,000+ บาท

จะเห็นได้ว่าราคาทองมีแต่จะสูงขึ้น ถ้ามีเงินเหลือเก็บ ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการลงทุนเพื่อแสวงหากำไรนะครับ (ที่มาข้อมูล : pantip,ทองคำราคา)
หากเรามีเป้าหมายที่แน่ชัด และมีความพยายามอย่างต่อเนื่องละก็ รับรองไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม มันต้องประสบความสำเร็จสักวันหนึ่ง แม้กระทั่งเงินล้านที่เราฝันอยากจะมีไว้ครอบครอง ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามของเราครับ

แชร์ภาพ “นางฟ้าม.ปลาย” ช่วยคนเจ็บทั้งชุดนักเรียน โซเชียลยกเป็นเน็ตไอดอล

นักเรียนม.6ใจบุญช่วยคนเจ็บจนต้องยกย่อง

แชร์ภาพ “นางฟ้าม.ปลาย” ช่วยคนเจ็บทั้งชุดนักเรียน โซเชียลยกเป็นเน็ตไอดอล

เมื่อวันที่ (2 มิ.ย.) ที่ผ่านมา บนโลกออนไลน์แชร์ภาพน่าประทับใจของนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ที่ผ่านมาพบคนประสบอุบัติเหตุนอนบาดเจ็บเลือดท่วมอยู่บนถนน ก็รีบเข้ามาให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลอย่างทันที ทั้งที่อยู่ในชุดนักเรียน โดยเฟซบุ๊ก โรงเรียนอบจ บ้านเก่าวิทยา ได้โพสต์ข้อความกำกับภาพไว้ดังนี้…

น้องนัท นางสาวศิริรัตน์ พิศมัย นักเรียน ม.6 ของโรงเรียน อบจ บ้านเก่าวิทยา กาญจนบุรี เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งชุดนักเรียน สร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น อย่าตกใจว่าทำไมเธอถึงกล้าที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพราะเธอได้รับการอบรมการช่วยเหลือเบื้องต้น หรือการปฐมพยาบาล มาเป็นอย่างดี เพราะเธอคือ หนึ่งในทีมงานกู้ภัยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ น่ายกย่องจริงๆ นอกจากนี้เธอยังเป็นนักร้องนำวงดนตรีลูกทุ่งของโรงเรียนบ้านเก่าวิทยาอีกด้วย”

อย่างไรก็ตาม หลังภาพถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ ก็ได้รับความชื่นชมจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก ในความมีน้ำใจและเสียสละของ น้องนัท ซึ่งหลายความคิดเห็นยกให้เธอเป็นเน็ตไอดอลที่แท้จริง เนื่องจากทำความดีเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนและสังคม

มัดมุก – แพรดาว พานิชสมัย สาวผู้มีสไตล์โดดเด่นไม่แพ้พี่สาว

“มัดมุกกับพี่มัดหมี่สนิทกันมาก มีกิจกรรมอะไรก็ทำด้วยกันตลอดอย่างพี่มัดหมี่อยากเรียนร้องเพลง เต้น วาดรูป ก็เรียนด้วยกัน พี่มัดหมี่เขาชอบด้านนี้ มีความเป็นศิลปินสูง มัดมุกเรียนได้ เพียงแต่เรื่องแพสชั่นคงไม่ใช่ มัดมุกชอบด้านธุรกิจ การบริหารมากกว่า

“จึงเลือกเรียนคณะ International Management ที่ SOASUniversity of London และเลือกทำงานตำแหน่ง Sale Executive ดูแลแบรนด์ลักชัวรี่ต่าง ๆ ในห้าง และด้านการตลาดที่สยามพิวรรธน์ เพราะคุณแม่ (เกล็ดดาว พานิชสมัย) ทำงานพาร์ตไทม์ให้สยามพารากอนตั้งแต่ห้างเปิด และมัดมุกเองก็คลุกคลีอยู่กับห้างทั้งช็อปปิ้ง กินข้าวดูหนัง จนเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง จึงทำให้อยากเรียนรู้งานด้านนี้

“ส่วนในอนาคตก็อยากมีธุรกิจของตัวเองนะคะ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นแนวไหน จึงขอเก็บประสบการณ์ให้มากที่สุดก่อน มีหลายคนถามว่า ทำไมไม่ลองทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง เพราะเห็นเราชอบแต่งตัว แต่คือวาดรูปไม่เป็นค่ะและไม่ได้มีหัวด้านแฟชั่นขนาดนั้น (หัวเราะ) เราแค่สนุกกับการแต่งตัวและช็อปปิ้ง

“มัดมุกไม่ได้ตามเทรนด์แฟชั่นตลอด ต้องเลือกว่าอะไรที่เหมาะกับเรา เพราะไม่ใช่สาวรูปร่างผอมบางที่ใส่ชุดอะไรก็ได้ ส่วนเทคนิคในการเลือกไม่มีค่ะ ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้ (หัวเราะ) อย่างสไตล์ของมัดมุก คือชุดที่ดูทะมัดทะแมง ไม่หวาน ชอบใส่สูท เบลเซอร์กับกางเกง มีเบลเซอร์เยอะมากจนเรียกว่าสะสมก็ได้นะคะ เริ่มชอบตั้งแต่ช่วงไปเรียนที่ลอนดอน เพราะอากาศหนาว ได้ใส่เสื้อคลุมบ่อย จึงเริ่มติดใจ และซื้อมาเรื่อย ๆ พอกลับมาเมืองไทยก็ยังซื้อ

“สามารถนำเบลเซอร์มามิกซ์ได้กับทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อกล้าม หรือใส่ตัวเดียวก็ยังได้แมตช์กับกางเกงขาบานจะได้ลุคทำงานที่ดูน่าเชื่อถือ หรือถ้าแมตช์กับกางเกงขาสั้น ก็ลงตัวสำหรับวันสบาย ๆ แบรนด์ที่ชอบมากคือ Asava เพราะเด่นเรื่องเบลเซอร์ สูททำงานกับกางเกง ดีไซน์ได้สวย อีกแบรนด์คือ Senada ที่ดูหวานขึ้นมาอีกนิดแต่ยังคงเป็นสไตล์ของเราอยู่

“เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของมัดมุกเป็นโทนสีเรียบ ๆ ค่ะ แล้วเพิ่มแอกเซส-เซอรี่เข้าไปให้ดูน่าสนใจขึ้น เช่น ถ้าทั้งเสื้อและกางเกงเป็นสีดำ จะเลือกรองเท้าสีแดง หรือเข็มขัดสีทอง ให้ดูไม่เรียบจนเกินไป แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ รองเท้าส้นสูง ติดมาก…ก ซึ่งเรื่องนี้เริ่มจากคุณแม่ค่ะ เพราะท่านติดรองเท้าส้นสูง ขนาดไปทะเลยังไม่ยอมลงจากส้นสูงเลยค่ะ พอมัดมุกกับพี่มัดหมี่อายุประมาณ 14 ปี ท่านก็ฝึกให้ใส่ส้นสูง เพราะช่วยให้บุคลิกดูดี เดินสง่า ขายาว จึงทำให้มัดมุกติดใส่ส้นสูงมาตลอดค่ะ

“ที่ใส่ประจำคือ รองเท้าส้นตึก ใส่เหมือนกับที่คนอื่นใส่รองเท้าแตะเลยค่ะคือใส่ไปทุกที่ จะเดิน วิ่ง ได้หมด ไม่มีปัญหา อย่างล่าสุดไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่นแล้วล้มเส้นเอ็นหัวเข่าอักเสบ คุณหมอให้ใส่เฝือกอ่อนและห้ามใส่รองเท้าส้นสูงเด็ดขาด แต่มัดมุกทนได้แค่ 2 อาทิตย์ก็ต้องขอใส่เหมือนเดิมทั้งที่ยังไม่หายดี เพราะถ้าไม่ใส่ส้นสูงจะรู้สึกไม่เป็นตัวเอง (ยิ้ม)

“มัดมุกชอบรองเท้าส้นตึกของ KurtGeiger เพราะใส่สบายมาก ส่วนรองเท้าส้นสูงชอบ Christian Louboutin ไว้ใส่เวลาไปงานต่าง ๆ เวลามัดมุกซื้อรองเท้าอย่างแรกที่ดูคือ ดีไซน์ว่าเข้ากับรูปร่างของเรา จะไม่เลือกแบบที่มีสายรัดข้อสูง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ขาดูตัน แต่สำคัญที่สุดคือต้องใส่สบาย จะไม่ซื้อมาแล้วต้องทนเจ็บมัดมุกใช้ของแต่ละอย่างคุ้มมาก ใส่จนพังของที่ซื้อมาแล้วต้องได้ใช้จริง ๆ ไม่ใช่ใส่ได้แค่ 2 – 3 ครั้ง แล้วไม่หยิบอีกเลย หรือบางแบบที่ใส่แล้วสบาย ก็จะซื้อแบบเดิม

แต่หลายสี อย่างรองเท้าส้นสูงของ Christian Louboutin เป็นคู่ที่เพื่อน 10 คนแชร์กันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดอายุ 18 ปี และเป็นคู่ที่ใส่สบายมาก จากนั้นมัดมุกเลยไปซื้อทรงเดียวกันเพิ่มอีกหนึ่งสีมาเลย เพราะรู้สึกว่าคุ้มค่าและใช้ได้บ่อยจริงๆ

“ของบางอย่างแม้ราคาสูง แต่สามารถใช้ได้บ่อยไม่ตกเทรนด์ ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุน (ยิ้ม) อย่างที่บอกมัดมุกไม่ได้แต่งตัวตามเทรนด์มากนัก แต่เน้นการมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เป็นสไตล์ของตัวเอง เพราะเทรนด์มาแล้วก็ไป แต่สไตล์ต่างหากที่อยู่ตลอด

“เราจึงต้องคงความเป็นตัวเองไว้ ไม่ว่าเทรนด์จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม”

ที่มา – แพรว

วอนโซเชียลแชร์! เสียงสะอื้นจากครูไร้สัญชาติ ร้องนายกฯ ทำตามฝันบรรจุครูไม่ได้

โลกโซเชียลแห่แชร์โพสต์ข้อความระบายความในใจของ “ครูยอด” หนุ่มชาวพม่าวัย 27 ปี ที่อพยพมาโตในไทย แต่ยังไม่ได้สัญชาติไทย เลยทำให้สอบบรรจุครูไม่ได้ ทั้งที่ใฝ่ฝันอยากเป็นครู เรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง จึงหวังพึ่งพลังโซเชียลส่งผ่านข้อความไปถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอโอกาส

เฟซบุ๊กของ “ยอด ปอง” หรือ “คำยอด ปองปรีดา” หรือ “ครูยอดปอง” ถูกแชร์ในโลกโซเชียลอย่างแพร่หลาย เมื่อ “ครูยอด” โพสต์ข้อความระบายความอัดอั้นตันใจ ในหัวข้อ เสียงสะอื้น จาก “ครู” ผู้ไร้สัญชาติ ไปถึงนายกรัฐมนตรี บรรยายถึงความทุกข์ในความฝันที่อยากจะเป็น “ครู” แต่สอบบรรจุครูไม่ได้ เพราะเป็นคนไร้สัญชาติ อุตส่าห์เรียนจบปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แต่ก็สอบบรรจุไม่ได้ จึงโพสต์ข้อความผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ไปถึง พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง วิงวอนให้แก้ปัญหา

โดยข้อความมีหลักใหญ่ใจความว่า ปัจจุบันตัวเองประกอบอาชีพครูสอนอยู่ที่โรงเรียนประเสริฐสุข บางพระ ชลบุรี เป็นโรงเรียนเอกชน แต่ไม่สามารถสอบบรรจุครูได้ เพราะไม่ได้รับสัญชาติไทย ตอนเด็กเกิดที่ประเทศเมียนมาร์ เมื่ออายุ 7 ขวบ อพยพตามพ่อแม่เข้ามาไทย และตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เรียนศิลปวัฒนธรรมไทย จบปริญญาตรี สาขาวิชาการสอนนาฏยสังคีต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา หวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อจบออกมาจะเป็นครูสอนหนังสือ โดยเฉพาะวิชาดนตรีไทยที่อยากอนุรักษ์ไว้ แต่วันนี้คงไม่สามารถทำตามความฝันได้ เพราะติดปัญหาเรื่องสัญชาติ

ในโพสต์ยังระบุถึงเรื่องความตาย บอกว่าตัวเองเหลือเวลาอีกไม่นาน จึงอยากวิงวอนไปถึงนายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ปัญหา เพราะความทุกข์ของคนไร้สัญชาติที่ยากจน จะหมดสิทธิ์ในอะไรหลายๆ อย่าง และที่สำคัญ หมดสิทธิ์ทำตามความฝัน ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีความตั้งใจอยากเป็นครู ที่ผ่านมา เคยได้รับรางวัลและมีผลงานมากมาย แต่ติดอยู่ที่ไม่ได้เป็นคนไทย ทุกอย่างจึงหมดโอกาส จึงได้แต่หวังในเรื่องของการได้รับสัญชาติ เพราะอยากได้ชื่อว่าเป็นคนไทย ตอนที่ยังมีลมหายใจ และวันที่ได้สัญชาติไทย ตัวเองจะก้มลงกราบผืนแผ่นดินผืนนี้ เพราะวันนั้นจะเป็นวันแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่

ซึ่งหลังมีการแชร์กัน ก็มีคนในโลกโซเชียลออกมาแสดงความเห็นมากมาย ส่วนใหญ่ขอให้สมหวัง และมองไกลไปถึงการให้โอกาสคนไร้สัญชาติ ที่จะนำคุณประโยชน์มาสู่ประเทศชาติ

ด้าน นาย สุรพงษ์ กองจันทึก อดีตประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า สิทธิที่ครูยอดได้รับคือ การอยู่ในประเทศไทย ในพื้นที่อำเภอตามที่บัตรระบุเท่านั้น รวมถึงเรื่องการศึกษา เรียนได้สูงสุดถึงปริญญาเอก และสามารถออกนอกพื้นที่เพื่อศึกษาได้ แต่ในส่วนสิทธิของการทำงานนั้น ยังคงมีปัญหาอยู่ที่กฎกระทรวง ซึ่งวิธีแก้ไขก็คือ ต้องไปแก้ที่กฎกระทรวง และปรับวิธีคิดใหม่ คือ การทำงานก็ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี การทำงานคือการเลี้ยงชีพชอบ หมายถึงความต้องการพื้นฐาน ต้องการดำรงชีวิตอยู่ การที่รัฐออกกฎหมายเพื่อไม่ให้ทำงาน ไม่ให้เขาเลี้ยงชีพ ก็คล้ายๆ กับการฆ่าคนโดยตรง

8 คำถาม กับ ณัฐ ศักดาทร ชายผู้มีความเข้าใจความหลากหลายของโลกมนุษย์

8 คำถาม กับ ณัฐ ศักดาทร ชายผู้มีความเข้าใจความหลากหลายของโลกมนุษย์

8 คำถาม กับ ณัฐ ศักดาทร ชายผู้มีความเข้าใจความหลากหลายของโลกมนุษย์

1. รำลึกความหลังให้เราฟังหน่อยว่า ตอนที่คุณไปเรียนที่ฮาร์วาร์ด สังคมที่นั่นเป็นอย่างไร
ณัฐ : ต่างจากที่คนไทยหลายคนคิดโดยสิ้นเชิง เพราะระบบมหาวิทยาลัยไทย วัดกันที่คะแนนสูงๆ ถึงจะสอบติด แต่ระบบของที่โน่น คะแนนไม่ใช่ตัววัดทั้งหมด บางคนได้คะแนน SAT เต็ม ฮาร์วาร์ดไม่เอาก็มี เพราะเขาดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง เช่น ช่วงที่อยู่ไฮสกูลได้ทำกิจกรรมไหม เลือกเรียนวิชาอะไร หรือมีประสบการณ์อะไรที่น่าสนใจ ถ้าเอาแต่เรียนอย่างเดียวแล้วได้คะแนนเต็ม เขาจะไม่สนใจ ฉลาดอย่างเดียวดูจืดไป ซึ่งตอนผมเรียนไฮสกูลที่อเมริกา ผมเล่นละครเพลง เป็นนักร้องประสานเสียงของโรงเรียน ทำหนังสือรุ่น เป็นบรรณาธิการฝ่ายศิลป์ เป็นเด็กกิจกรรมตัวยง พอเข้าไปอยู่ที่ฮาร์วาร์ดจริงๆ สิ่งที่ได้เจอคือ คนหลากหลายประเภท ไม่ใช่แค่หัวดีอย่างเดียว แต่ละคนจะมีแบ็คกราวนด์น่าสนใจ ทำให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ สิ่งสำคัญที่ผมได้จากฮาร์วาร์ดคือ ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับ และชื่นชมในความแตกต่างของคนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน มันมีสีสันที่ทำให้ผมเปิดหูเปิดตา และมองเห็นโลกกว้างขึ้น

2. แล้วกับบทบาทของนักแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Fathers ล่ะ ทำไมคุณถึงตกปากรับคำเล่นเรื่องนี้
ณัฐ : การเล่นหนัง เกือบจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมยังไม่เคยทำในวงการบันเทิง ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว พอเขาติดต่อมาแล้วส่งบทตัวอย่างมาให้ ผมอ่านแล้วก็รู้สึกน่าสนใจ เป็นบทนำ และเป็นบทที่ดี แล้วนักแสดงที่เล่นด้วยกันก็เก่งๆ ทั้งนั้น มันเป็นโอกาสที่ดีของการเริ่มต้นในการแสดงหนัง ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือ ผมได้คุยกับผู้กำกับ มุมมองที่เขาอยากนำเสนอ คืออยากให้เห็นว่าหนังเพศที่สามไม่จำเป็นต้องมีเซ็กซ์มาเกี่ยวข้องก็ได้ อาจจะเป็นเรื่องราวปกติ เหมือนคนทั่วไป ซึ่งผมมองว่ามันเป็นสารที่ดี น่าจะชวนให้สังคมฉุกคิดในบางประเด็นได้

3. การเป็นนักเรียนนอก จบการศึกษาจากฮาร์วาร์ด มีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมาก่อน คุณอาจจะคุ้นเคยกับความหลากหลายทางเพศ ทำให้คุณมองเห็นช่องว่างในเรื่องสิทธิทางเพศระหว่างไทยกับต่างประเทศยังไงบ้าง
ณัฐ : ที่โน่นเขาให้ความสำคัญมากกับการให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่างที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สมมุติถ้ารู้ว่าใครเป็นเกย์ แล้วเราไปล้อเลียนเขา หรือใช้คำเหยียดที่บ่งบอกถึงรสนิยมทางเพศ ก็ํจะโดนมหาวิทยาลัยภาคทัณฑ์ได้ เพราะเขาถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของคนอื่น ขณะที่ในเมืองไทยเรายังเห็นคนพูดจาเหยียดเพศกันเป็นเรื่องปกติ โดยไม่มีใครทำอะไร ในมุมหนึ่งเมืองไทยดูเหมือนจะเปิดกว้าง เพราะเราก็เห็นคนที่อยู่ในเพศทางเลือกทำงานในวงการบันเทิงกันเพียบ แต่ที่ผมสังเกตเห็นคือ ส่วนใหญ่คนที่อยู่ได้จะอยู่ในเชิงเป็นคอเมเดี้ยน ต้องมีความตลก ให้คนรู้สึกบันเทิง แต่ในต่างประเทศในแต่ละวงการจะมีหลายคนที่เขาเปิดเผยสถานะหรือรสนิยมทางเพศ แล้วเขาก็ยังคงทำงานได้อยู่ โดยที่ไม่ต้องฝืนหรือพยายามทำอะไร โด่งดังโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำตัวตลก เช่น ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิ้ล เป็นต้น

4. Fathers น่าจะเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับเพศที่สามของไทยเรื่องแรก ที่มีการนำเสนอในมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับครอบครัว โดยมีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทสำคัญ
ณัฐ : หลายๆ คนที่ทำหนังเกี่ยวกับเพศที่สามที่ผ่านมาจะเน้นไปทางเซ็กซ์ อาจจะไม่ใช่ทุกเรื่อง แต่ส่วนใหญ่เน้นไปทางนั้นจริงๆ ก็ต้องยอมรับ จนทำให้ภาพรวมของหนังเพศที่สามออกไปในเชิงนั้น เพิ่งมีช่วงหลังๆ ที่มีประเด็นอื่นๆ เข้ามา แล้วทำให้เห็นว่าเริ่มมีการนำเสนอหนังเพศทางเลือกเปลี่ยนไป ส่วนเรื่อง Fathers ด้วยการที่มีตัวละครเด็กอย่างที่ว่า ทำให้เป็นได้ทั้งหนังเพศที่สาม และหนังครอบครัว มันคือหนังรักที่สะท้อนอีกมุมหนึ่งของสังคม ถ้าเราไม่ไปโฟกัสว่าตัวละครนำเป็นเพศเดียวกัน มันก็คือหนังดราม่าอีกเรื่องหนึ่ง สุดท้ายดูแล้วสิ่งที่จะได้คิดคือ ครอบครัวของเพศทางเลือก ชีวิตประจำวันของพวกเขาก็เหมือนครอบครัวอื่น สมมุติใครที่กำลังคิดจะรับเด็กมาเลี้ยง ก็มีประเด็นต่างๆ ที่หนังเรื่องนี้บอกให้คุณคำนึงถึง เพราะจะมีการเปรียบเทียบว่าพอลูกโตขึ้น ลูกจะไปเจอเด็กคนอื่นๆ ที่เขาเติบโตมาจากครอบครัวที่มีพ่อกับแม่ ไม่ใช่พ่อกับพ่อ ก็จะเกิดความสงสัย เกิดคำถามมากมาย มันสะท้อนโลกของความเป็นจริงนะ

5. พอได้มาแสดงบทบาทแบบนี้ ทำให้เข้าใจคนที่เป็น LGBT มากขึ้นไหม

ณัฐ : ผมก็เข้าใจบริบทนี้อยู่ในระดับหนึ่ง เพราะเติบโตมากับสังคมที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ ก็ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์แบบนี้กับการมีลูกเพิ่มขึ้น เมื่อก่อนอาจจะไม่ได้คิดถึงในมุมนี้ว่าเป็นยังไง โดยส่วนตัวที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็มีความเท่าเทียมกัน เป็นคนเหมือนกัน มีสิทธิ์ทุกอย่างเท่ากัน ไม่ได้มีเพศไหนที่เหมาะกับการล้อเลียน หรือการถูกเหยียดหยาม คนที่เหยียดหยามนั่นแหละคือคนที่น่าขำ

6. คุณอยากให้พลังของหนังเรื่องนี้ส่งแรงกระเพื่อมอะไรให้กับสังคม
ณัฐ : ถ้าเป็นในแง่ของวงการภาพยนตร์ ก็จะเห็นว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะหยิบจับเนื้อหาสะท้อนสังคมในแง่นี้ที่คนทั่วไปเสพได้มานำเสนอบ้าง ส่วนในแง่ของผู้บริโภคจะได้เห็นว่าครอบครัวมีหลายรูปแบบ ความรักมีหลายรูปแบบ มันไม่ได้ผิดที่จะเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็มีปัญหาที่ต้องเผชิญเหมือนกัน

7. ถ้าคุณมีลูก จะปลูกฝังเขาในเรื่องการเคารพสิทธิทางเพศของคนอื่นอย่างไรบ้าง
ณัฐ : ผมอยากให้เขามีเพื่อนหลายๆ แบบ เพื่อเขาจะได้เห็นว่าคนที่ต่างจากตัวเอง ไม่ได้แปลว่าผิดแปลก ความแตกต่างไม่ได้แปลว่าผิดหรือไม่ดี เขาควรจะได้เห็นความแตกต่างเยอะๆ จนเขามองว่าความแตกต่างคือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกนี้ แล้วให้เขาเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเคารพซึ่งกันและกัน ผมอยากให้เขาเปิดกว้าง ไม่มองอะไรมุมเดียว ที่สำคัญอยากให้ลูกของผมเป็นคนที่เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ เพราะผมรู้สึกว่าปัญหาหนึ่งของยุคนี้เกิดจากการไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา คนไม่พอใจอะไรก็รุมแฉ แล้วเคยคิดถึงชีวิตของคนที่ถูกแฉบ้างไหม ว่าเขาจะเป็นยังไง เขาจะทรมานแค่ไหน ทำไมต้องไปยุ่งกับชีวิตคนอื่นขนาดนั้น โลกนี้มีใครสมบูรณ์แบบเหรอ ชีวิตทุกคนมีเรื่องให้แฉอยู่แล้วก็จริง แต่เราไม่จำเป็นต้องแฉ ถ้าเราโดนแบบนั้นบ้างเราจะรู้สึกยังไง ผมว่าสังคมสมัยนี้ลืมในมุมนี้ไปแล้ว ถ้ามีลูกผมจะสอนให้เขาตระหนักในเรื่องนี้มากๆ

8. ตัวจริงของ ณัฐ ศักดาทร เป็นอย่างไร หากไม่มีกล้องจับ ไม่มีไฟส่อง ไม่ต้องถือไมค์
ณัฐ : เวลาคนเห็นผมในทีวีจะรู้สึกว่าเป๊ะจัง เพอร์เฟกชันนิสต์ แต่ในชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น ผมสบายๆ ประมาณหนึ่ง ผมไม่ชอบใช้ชีวิตในรูปแบบที่ใครหลายคนอาจคิดว่าชีวิตไฮโซจะต้องเป็นแบบนั้น ไม่ต้องกินร้านหรู ไม่ต้องใช้ของแพง แล้วผมจะไม่ชอบคนที่เป็นแบบนั้นด้วย ชีวิตผมมีหลายอย่างให้ค้นหา ซึ่งผมก็ชอบที่จะลองอะไรหลายๆ แบบ เป็นคนเปิดกว้าง ชอบให้ชีวิตไปข้างหน้า และไม่ชอบใช้ชีวิตไปวันๆ

(ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ใน 247 Magazine ฉบับที่ 289)
Text – สิริญา ใจบุญ
Photo – กฤตธี อ้วนอร่ามวิไล

หล่อใสๆ เทพพิทักษ์ แอสละ หน้าสด งดแป้ง และลิปสติก

หล่อใสๆ เทพพิทักษ์ แอสละ หน้าสด งดแป้ง และลิปสติก

หล่อใสๆ เทพพิทักษ์ แอสละ หน้าสด งดแป้ง และลิปสติก

ชั่วโมงนี้ต้องบอกว่า หนุ่มหน้าขาวนามว่า เทพพิทักษ์ แอสละ มาแรงที่สุดก็ว่าได้เพราะตอนนี้เขาตระเวนออกรายการไม่เว้นแต่ละวัน แต่เห็นแต่งหน้าจัดเต็มแบบนี้ มีใครเคยเห็นเวอร์ชั่นใสๆ กันบ้างไหม

เรียกว่าความหล่ออาจเป็นรองใครหลายคน แต่ความน่ารัก เป็นกันเอง แถมพูดเพราะโดนใจชาวโซเชียลเข้าอย่างจัง โดยล่าสุด หนุ่มคนนี้ได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด พจน์ อานนท์ แล้ว คราวนี้เราคงได้เห็นหน้าหนุ่มคนนี้กันบ่อยขึ้นแน่นอน ทั้งนี้ เทพพิทักษ์ แอสละ จากที่เราเห็นแต่งหน้าเข้มๆ ปากแดงๆ วันนี้ เฟซบุ๊ก AMP SNAP ได้แชร์ภาพลุคใหม่ของเทพพิทักษ์ บอกเลยว่าหน้าสดก็หล่อใช่เล่น แถมยังเซ็ตผมเบาๆ ดูแล้วนึกว่านายแบบมืออาชีพ

สำหรับ เทพพิทักษ์ แอสละ อายุ 32 ปี เกิดและเติบโตที่จังหวัด ลพบุรี จบการศึกษาระดับปวช. ปัจจุบันทำอาชีพรับจ้างขับรถทั่วไป โดยเขาสามารถขับรถได้ตั้งแต่รถปิกอัพ รถหกล้อ ไปจนถึงรถสิบล้อ ด้านความหล่อและสไตล์การแต่งตัว หนุ่มคนนี้บอกว่าเขาชอบแต่งหน้าแต่งตัวสไตล์นี้ ทำแล้วมีความสุขก็เลยทำเรื่อยมา ส่วนเรื่องราวของความรักเขาเคยมีแฟนมาแล้ว แต่ตอนนี้เลิกรากันไป

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : @theppitak_l, AMP SNAP

รับสร้างบ้านขอนแก่น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย Modern-DE

รับสร้างบ้านขอนแก่น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย Modern-DE

บริษัท โมเดิร์นดี รับสร้างบ้านขอนแก่น สร้างความแตกต่างที่เป็นคุณ “MAKE IT DIFFERENT” จากประสบการณ์ กว่า 20 ปี เราให้บริการ ตั้งแต่งานออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายใน ทั้ง รับสร้างบ้านขอนแก่น และโซนภาคอีสาน โดยทีมงานที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งการบริการรับสร้างบ้านของเราดำเนินนโยบาย ภายใต้แนวคิด “THE DIFFERENT 4”

DIFFERENT DESIGN
แตกต่างด้วยการออกแบบตามความต้องการของลูกค้าด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับลูกค้าสูงสุดและการออกแบบ ที่ลูกค้าสามารถเห็นภาพ ได้ในทุกมุมมอง ก่อนสร้างจริง

DIFFERENT SPECIFICATION
แตกต่างด้วย วัสดุ ที่มีคุณภาพอันดับ 1 ในตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันหลากหลายวัสดุได้รับการเลือกสรรมาเพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า

DIFFERENT SERVICE
แตกต่างด้วยการบริการที่เหนือระดับ ตั้งแต่การออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายในรวมถึงการบริการหลังการขาย

DIFFERENT QUALITY
แตกต่างด้วยระบบการควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างระดับสูงพร้อมการตรวจเช็คมาตรฐานกว่า 500 ขั้นตอนจากทีมผู้บริหาร, ทีมสถาปนิก, ทีมวิศวกร และทีมควบคุมคุณภาพ (QC) ที่มากด้วยประสบการณ์

จากประสบการณ์และนโยบายของบริษัทจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างจากทางบริษัท จะแตกต่างด้วยคุณภาพ และใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจากภายใน สู่รูปแบบภายนอกที่สวยงามร่วมสมัย

 

เว็บไซต์

http://www.modern-de.com/รับสร้างบ้านขอนแก่น/

แซมมี่ เคาวเวลล์ ฮอตติดอันดับผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี

13256657_288747608124536_1763807347_n_1464692606a2_1464692607

แซมมี่ เคาวเวลล์ ฮอตติดอันดับผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี

แซมมี่ เคาวเวลล์ ฮอตติดอันดับผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี

แซมมี่ เคาวเวลล์ ร้อนแรง ขึ้นแท่นผู้หญิงเซ็กซี่ของเมืองไทย

เป็นอีกหนึ่งสาวที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมาก สำหรับ แซมมี่ คาวน์เวลล์ นอกจากละครจะรุ่งแล้ว ด้านผลงานต่างๆ ยังฮอตอีกด้วย

ล่าสุดกับการได้ตำแหน่งผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี 2015-2016 สุดฮอตของเมืองไทย โดยแคมเปญ FHM 100 Sexiest Women In The World

เรียกว่านาทีนี้ ดีกรีความร้อนแรงต้องยกให้เธอไปเลย

เครดิตภาพจาก IG: sammthita