มัดมุก – แพรดาว พานิชสมัย สาวผู้มีสไตล์โดดเด่นไม่แพ้พี่สาว

“มัดมุกกับพี่มัดหมี่สนิทกันมาก มีกิจกรรมอะไรก็ทำด้วยกันตลอดอย่างพี่มัดหมี่อยากเรียนร้องเพลง เต้น วาดรูป ก็เรียนด้วยกัน พี่มัดหมี่เขาชอบด้านนี้ มีความเป็นศิลปินสูง มัดมุกเรียนได้ เพียงแต่เรื่องแพสชั่นคงไม่ใช่ มัดมุกชอบด้านธุรกิจ การบริหารมากกว่า

“จึงเลือกเรียนคณะ International Management ที่ SOASUniversity of London และเลือกทำงานตำแหน่ง Sale Executive ดูแลแบรนด์ลักชัวรี่ต่าง ๆ ในห้าง และด้านการตลาดที่สยามพิวรรธน์ เพราะคุณแม่ (เกล็ดดาว พานิชสมัย) ทำงานพาร์ตไทม์ให้สยามพารากอนตั้งแต่ห้างเปิด และมัดมุกเองก็คลุกคลีอยู่กับห้างทั้งช็อปปิ้ง กินข้าวดูหนัง จนเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง จึงทำให้อยากเรียนรู้งานด้านนี้

“ส่วนในอนาคตก็อยากมีธุรกิจของตัวเองนะคะ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นแนวไหน จึงขอเก็บประสบการณ์ให้มากที่สุดก่อน มีหลายคนถามว่า ทำไมไม่ลองทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง เพราะเห็นเราชอบแต่งตัว แต่คือวาดรูปไม่เป็นค่ะและไม่ได้มีหัวด้านแฟชั่นขนาดนั้น (หัวเราะ) เราแค่สนุกกับการแต่งตัวและช็อปปิ้ง

“มัดมุกไม่ได้ตามเทรนด์แฟชั่นตลอด ต้องเลือกว่าอะไรที่เหมาะกับเรา เพราะไม่ใช่สาวรูปร่างผอมบางที่ใส่ชุดอะไรก็ได้ ส่วนเทคนิคในการเลือกไม่มีค่ะ ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้ (หัวเราะ) อย่างสไตล์ของมัดมุก คือชุดที่ดูทะมัดทะแมง ไม่หวาน ชอบใส่สูท เบลเซอร์กับกางเกง มีเบลเซอร์เยอะมากจนเรียกว่าสะสมก็ได้นะคะ เริ่มชอบตั้งแต่ช่วงไปเรียนที่ลอนดอน เพราะอากาศหนาว ได้ใส่เสื้อคลุมบ่อย จึงเริ่มติดใจ และซื้อมาเรื่อย ๆ พอกลับมาเมืองไทยก็ยังซื้อ

“สามารถนำเบลเซอร์มามิกซ์ได้กับทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อกล้าม หรือใส่ตัวเดียวก็ยังได้แมตช์กับกางเกงขาบานจะได้ลุคทำงานที่ดูน่าเชื่อถือ หรือถ้าแมตช์กับกางเกงขาสั้น ก็ลงตัวสำหรับวันสบาย ๆ แบรนด์ที่ชอบมากคือ Asava เพราะเด่นเรื่องเบลเซอร์ สูททำงานกับกางเกง ดีไซน์ได้สวย อีกแบรนด์คือ Senada ที่ดูหวานขึ้นมาอีกนิดแต่ยังคงเป็นสไตล์ของเราอยู่

“เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของมัดมุกเป็นโทนสีเรียบ ๆ ค่ะ แล้วเพิ่มแอกเซส-เซอรี่เข้าไปให้ดูน่าสนใจขึ้น เช่น ถ้าทั้งเสื้อและกางเกงเป็นสีดำ จะเลือกรองเท้าสีแดง หรือเข็มขัดสีทอง ให้ดูไม่เรียบจนเกินไป แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ รองเท้าส้นสูง ติดมาก…ก ซึ่งเรื่องนี้เริ่มจากคุณแม่ค่ะ เพราะท่านติดรองเท้าส้นสูง ขนาดไปทะเลยังไม่ยอมลงจากส้นสูงเลยค่ะ พอมัดมุกกับพี่มัดหมี่อายุประมาณ 14 ปี ท่านก็ฝึกให้ใส่ส้นสูง เพราะช่วยให้บุคลิกดูดี เดินสง่า ขายาว จึงทำให้มัดมุกติดใส่ส้นสูงมาตลอดค่ะ

“ที่ใส่ประจำคือ รองเท้าส้นตึก ใส่เหมือนกับที่คนอื่นใส่รองเท้าแตะเลยค่ะคือใส่ไปทุกที่ จะเดิน วิ่ง ได้หมด ไม่มีปัญหา อย่างล่าสุดไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่นแล้วล้มเส้นเอ็นหัวเข่าอักเสบ คุณหมอให้ใส่เฝือกอ่อนและห้ามใส่รองเท้าส้นสูงเด็ดขาด แต่มัดมุกทนได้แค่ 2 อาทิตย์ก็ต้องขอใส่เหมือนเดิมทั้งที่ยังไม่หายดี เพราะถ้าไม่ใส่ส้นสูงจะรู้สึกไม่เป็นตัวเอง (ยิ้ม)

“มัดมุกชอบรองเท้าส้นตึกของ KurtGeiger เพราะใส่สบายมาก ส่วนรองเท้าส้นสูงชอบ Christian Louboutin ไว้ใส่เวลาไปงานต่าง ๆ เวลามัดมุกซื้อรองเท้าอย่างแรกที่ดูคือ ดีไซน์ว่าเข้ากับรูปร่างของเรา จะไม่เลือกแบบที่มีสายรัดข้อสูง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ขาดูตัน แต่สำคัญที่สุดคือต้องใส่สบาย จะไม่ซื้อมาแล้วต้องทนเจ็บมัดมุกใช้ของแต่ละอย่างคุ้มมาก ใส่จนพังของที่ซื้อมาแล้วต้องได้ใช้จริง ๆ ไม่ใช่ใส่ได้แค่ 2 – 3 ครั้ง แล้วไม่หยิบอีกเลย หรือบางแบบที่ใส่แล้วสบาย ก็จะซื้อแบบเดิม

แต่หลายสี อย่างรองเท้าส้นสูงของ Christian Louboutin เป็นคู่ที่เพื่อน 10 คนแชร์กันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดอายุ 18 ปี และเป็นคู่ที่ใส่สบายมาก จากนั้นมัดมุกเลยไปซื้อทรงเดียวกันเพิ่มอีกหนึ่งสีมาเลย เพราะรู้สึกว่าคุ้มค่าและใช้ได้บ่อยจริงๆ

“ของบางอย่างแม้ราคาสูง แต่สามารถใช้ได้บ่อยไม่ตกเทรนด์ ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุน (ยิ้ม) อย่างที่บอกมัดมุกไม่ได้แต่งตัวตามเทรนด์มากนัก แต่เน้นการมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เป็นสไตล์ของตัวเอง เพราะเทรนด์มาแล้วก็ไป แต่สไตล์ต่างหากที่อยู่ตลอด

“เราจึงต้องคงความเป็นตัวเองไว้ ไม่ว่าเทรนด์จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม”

ที่มา – แพรว

8 คำถาม กับ ณัฐ ศักดาทร ชายผู้มีความเข้าใจความหลากหลายของโลกมนุษย์

8 คำถาม กับ ณัฐ ศักดาทร ชายผู้มีความเข้าใจความหลากหลายของโลกมนุษย์

8 คำถาม กับ ณัฐ ศักดาทร ชายผู้มีความเข้าใจความหลากหลายของโลกมนุษย์

1. รำลึกความหลังให้เราฟังหน่อยว่า ตอนที่คุณไปเรียนที่ฮาร์วาร์ด สังคมที่นั่นเป็นอย่างไร
ณัฐ : ต่างจากที่คนไทยหลายคนคิดโดยสิ้นเชิง เพราะระบบมหาวิทยาลัยไทย วัดกันที่คะแนนสูงๆ ถึงจะสอบติด แต่ระบบของที่โน่น คะแนนไม่ใช่ตัววัดทั้งหมด บางคนได้คะแนน SAT เต็ม ฮาร์วาร์ดไม่เอาก็มี เพราะเขาดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง เช่น ช่วงที่อยู่ไฮสกูลได้ทำกิจกรรมไหม เลือกเรียนวิชาอะไร หรือมีประสบการณ์อะไรที่น่าสนใจ ถ้าเอาแต่เรียนอย่างเดียวแล้วได้คะแนนเต็ม เขาจะไม่สนใจ ฉลาดอย่างเดียวดูจืดไป ซึ่งตอนผมเรียนไฮสกูลที่อเมริกา ผมเล่นละครเพลง เป็นนักร้องประสานเสียงของโรงเรียน ทำหนังสือรุ่น เป็นบรรณาธิการฝ่ายศิลป์ เป็นเด็กกิจกรรมตัวยง พอเข้าไปอยู่ที่ฮาร์วาร์ดจริงๆ สิ่งที่ได้เจอคือ คนหลากหลายประเภท ไม่ใช่แค่หัวดีอย่างเดียว แต่ละคนจะมีแบ็คกราวนด์น่าสนใจ ทำให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ สิ่งสำคัญที่ผมได้จากฮาร์วาร์ดคือ ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับ และชื่นชมในความแตกต่างของคนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน มันมีสีสันที่ทำให้ผมเปิดหูเปิดตา และมองเห็นโลกกว้างขึ้น

2. แล้วกับบทบาทของนักแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Fathers ล่ะ ทำไมคุณถึงตกปากรับคำเล่นเรื่องนี้
ณัฐ : การเล่นหนัง เกือบจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมยังไม่เคยทำในวงการบันเทิง ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว พอเขาติดต่อมาแล้วส่งบทตัวอย่างมาให้ ผมอ่านแล้วก็รู้สึกน่าสนใจ เป็นบทนำ และเป็นบทที่ดี แล้วนักแสดงที่เล่นด้วยกันก็เก่งๆ ทั้งนั้น มันเป็นโอกาสที่ดีของการเริ่มต้นในการแสดงหนัง ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือ ผมได้คุยกับผู้กำกับ มุมมองที่เขาอยากนำเสนอ คืออยากให้เห็นว่าหนังเพศที่สามไม่จำเป็นต้องมีเซ็กซ์มาเกี่ยวข้องก็ได้ อาจจะเป็นเรื่องราวปกติ เหมือนคนทั่วไป ซึ่งผมมองว่ามันเป็นสารที่ดี น่าจะชวนให้สังคมฉุกคิดในบางประเด็นได้

3. การเป็นนักเรียนนอก จบการศึกษาจากฮาร์วาร์ด มีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมาก่อน คุณอาจจะคุ้นเคยกับความหลากหลายทางเพศ ทำให้คุณมองเห็นช่องว่างในเรื่องสิทธิทางเพศระหว่างไทยกับต่างประเทศยังไงบ้าง
ณัฐ : ที่โน่นเขาให้ความสำคัญมากกับการให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่างที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สมมุติถ้ารู้ว่าใครเป็นเกย์ แล้วเราไปล้อเลียนเขา หรือใช้คำเหยียดที่บ่งบอกถึงรสนิยมทางเพศ ก็ํจะโดนมหาวิทยาลัยภาคทัณฑ์ได้ เพราะเขาถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของคนอื่น ขณะที่ในเมืองไทยเรายังเห็นคนพูดจาเหยียดเพศกันเป็นเรื่องปกติ โดยไม่มีใครทำอะไร ในมุมหนึ่งเมืองไทยดูเหมือนจะเปิดกว้าง เพราะเราก็เห็นคนที่อยู่ในเพศทางเลือกทำงานในวงการบันเทิงกันเพียบ แต่ที่ผมสังเกตเห็นคือ ส่วนใหญ่คนที่อยู่ได้จะอยู่ในเชิงเป็นคอเมเดี้ยน ต้องมีความตลก ให้คนรู้สึกบันเทิง แต่ในต่างประเทศในแต่ละวงการจะมีหลายคนที่เขาเปิดเผยสถานะหรือรสนิยมทางเพศ แล้วเขาก็ยังคงทำงานได้อยู่ โดยที่ไม่ต้องฝืนหรือพยายามทำอะไร โด่งดังโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำตัวตลก เช่น ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิ้ล เป็นต้น

4. Fathers น่าจะเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับเพศที่สามของไทยเรื่องแรก ที่มีการนำเสนอในมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับครอบครัว โดยมีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทสำคัญ
ณัฐ : หลายๆ คนที่ทำหนังเกี่ยวกับเพศที่สามที่ผ่านมาจะเน้นไปทางเซ็กซ์ อาจจะไม่ใช่ทุกเรื่อง แต่ส่วนใหญ่เน้นไปทางนั้นจริงๆ ก็ต้องยอมรับ จนทำให้ภาพรวมของหนังเพศที่สามออกไปในเชิงนั้น เพิ่งมีช่วงหลังๆ ที่มีประเด็นอื่นๆ เข้ามา แล้วทำให้เห็นว่าเริ่มมีการนำเสนอหนังเพศทางเลือกเปลี่ยนไป ส่วนเรื่อง Fathers ด้วยการที่มีตัวละครเด็กอย่างที่ว่า ทำให้เป็นได้ทั้งหนังเพศที่สาม และหนังครอบครัว มันคือหนังรักที่สะท้อนอีกมุมหนึ่งของสังคม ถ้าเราไม่ไปโฟกัสว่าตัวละครนำเป็นเพศเดียวกัน มันก็คือหนังดราม่าอีกเรื่องหนึ่ง สุดท้ายดูแล้วสิ่งที่จะได้คิดคือ ครอบครัวของเพศทางเลือก ชีวิตประจำวันของพวกเขาก็เหมือนครอบครัวอื่น สมมุติใครที่กำลังคิดจะรับเด็กมาเลี้ยง ก็มีประเด็นต่างๆ ที่หนังเรื่องนี้บอกให้คุณคำนึงถึง เพราะจะมีการเปรียบเทียบว่าพอลูกโตขึ้น ลูกจะไปเจอเด็กคนอื่นๆ ที่เขาเติบโตมาจากครอบครัวที่มีพ่อกับแม่ ไม่ใช่พ่อกับพ่อ ก็จะเกิดความสงสัย เกิดคำถามมากมาย มันสะท้อนโลกของความเป็นจริงนะ

5. พอได้มาแสดงบทบาทแบบนี้ ทำให้เข้าใจคนที่เป็น LGBT มากขึ้นไหม

ณัฐ : ผมก็เข้าใจบริบทนี้อยู่ในระดับหนึ่ง เพราะเติบโตมากับสังคมที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ ก็ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์แบบนี้กับการมีลูกเพิ่มขึ้น เมื่อก่อนอาจจะไม่ได้คิดถึงในมุมนี้ว่าเป็นยังไง โดยส่วนตัวที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็มีความเท่าเทียมกัน เป็นคนเหมือนกัน มีสิทธิ์ทุกอย่างเท่ากัน ไม่ได้มีเพศไหนที่เหมาะกับการล้อเลียน หรือการถูกเหยียดหยาม คนที่เหยียดหยามนั่นแหละคือคนที่น่าขำ

6. คุณอยากให้พลังของหนังเรื่องนี้ส่งแรงกระเพื่อมอะไรให้กับสังคม
ณัฐ : ถ้าเป็นในแง่ของวงการภาพยนตร์ ก็จะเห็นว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะหยิบจับเนื้อหาสะท้อนสังคมในแง่นี้ที่คนทั่วไปเสพได้มานำเสนอบ้าง ส่วนในแง่ของผู้บริโภคจะได้เห็นว่าครอบครัวมีหลายรูปแบบ ความรักมีหลายรูปแบบ มันไม่ได้ผิดที่จะเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็มีปัญหาที่ต้องเผชิญเหมือนกัน

7. ถ้าคุณมีลูก จะปลูกฝังเขาในเรื่องการเคารพสิทธิทางเพศของคนอื่นอย่างไรบ้าง
ณัฐ : ผมอยากให้เขามีเพื่อนหลายๆ แบบ เพื่อเขาจะได้เห็นว่าคนที่ต่างจากตัวเอง ไม่ได้แปลว่าผิดแปลก ความแตกต่างไม่ได้แปลว่าผิดหรือไม่ดี เขาควรจะได้เห็นความแตกต่างเยอะๆ จนเขามองว่าความแตกต่างคือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกนี้ แล้วให้เขาเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเคารพซึ่งกันและกัน ผมอยากให้เขาเปิดกว้าง ไม่มองอะไรมุมเดียว ที่สำคัญอยากให้ลูกของผมเป็นคนที่เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ เพราะผมรู้สึกว่าปัญหาหนึ่งของยุคนี้เกิดจากการไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา คนไม่พอใจอะไรก็รุมแฉ แล้วเคยคิดถึงชีวิตของคนที่ถูกแฉบ้างไหม ว่าเขาจะเป็นยังไง เขาจะทรมานแค่ไหน ทำไมต้องไปยุ่งกับชีวิตคนอื่นขนาดนั้น โลกนี้มีใครสมบูรณ์แบบเหรอ ชีวิตทุกคนมีเรื่องให้แฉอยู่แล้วก็จริง แต่เราไม่จำเป็นต้องแฉ ถ้าเราโดนแบบนั้นบ้างเราจะรู้สึกยังไง ผมว่าสังคมสมัยนี้ลืมในมุมนี้ไปแล้ว ถ้ามีลูกผมจะสอนให้เขาตระหนักในเรื่องนี้มากๆ

8. ตัวจริงของ ณัฐ ศักดาทร เป็นอย่างไร หากไม่มีกล้องจับ ไม่มีไฟส่อง ไม่ต้องถือไมค์
ณัฐ : เวลาคนเห็นผมในทีวีจะรู้สึกว่าเป๊ะจัง เพอร์เฟกชันนิสต์ แต่ในชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น ผมสบายๆ ประมาณหนึ่ง ผมไม่ชอบใช้ชีวิตในรูปแบบที่ใครหลายคนอาจคิดว่าชีวิตไฮโซจะต้องเป็นแบบนั้น ไม่ต้องกินร้านหรู ไม่ต้องใช้ของแพง แล้วผมจะไม่ชอบคนที่เป็นแบบนั้นด้วย ชีวิตผมมีหลายอย่างให้ค้นหา ซึ่งผมก็ชอบที่จะลองอะไรหลายๆ แบบ เป็นคนเปิดกว้าง ชอบให้ชีวิตไปข้างหน้า และไม่ชอบใช้ชีวิตไปวันๆ

(ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ใน 247 Magazine ฉบับที่ 289)
Text – สิริญา ใจบุญ
Photo – กฤตธี อ้วนอร่ามวิไล

แซมมี่ เคาวเวลล์ ฮอตติดอันดับผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี

13256657_288747608124536_1763807347_n_1464692606a2_1464692607

แซมมี่ เคาวเวลล์ ฮอตติดอันดับผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี

แซมมี่ เคาวเวลล์ ฮอตติดอันดับผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี

แซมมี่ เคาวเวลล์ ร้อนแรง ขึ้นแท่นผู้หญิงเซ็กซี่ของเมืองไทย

เป็นอีกหนึ่งสาวที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมาก สำหรับ แซมมี่ คาวน์เวลล์ นอกจากละครจะรุ่งแล้ว ด้านผลงานต่างๆ ยังฮอตอีกด้วย

ล่าสุดกับการได้ตำแหน่งผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดแห่งปี 2015-2016 สุดฮอตของเมืองไทย โดยแคมเปญ FHM 100 Sexiest Women In The World

เรียกว่านาทีนี้ ดีกรีความร้อนแรงต้องยกให้เธอไปเลย

เครดิตภาพจาก IG: sammthita

เฟี้ยวฟ้าว สวยใจบุญ!! ปล่อยที่ดินให้ชาวนาปลูกข้าว ไม่เก็บเงินสักแดง

10299909_1716319095283207_581894941_n_1461051957_146469498912749982_1653308831603354_1582378480_n_1461053338_146469498812918438_183220858736891_930820179_n_1461051961_1464694990

เฟี้ยวฟ้าว สวยใจบุญ!! ปล่อยที่ดินให้ชาวนาปลูกข้าว ไม่เก็บเงินสักแดง

เฟี้ยวฟ้าว สวยใจบุญ!! ปล่อยที่ดินให้ชาวนาปลูกข้าว ไม่เก็บเงินสักแดง

จะบอกว่างมงายก็ได้ เพราะเธอคนนี้บอกแล้วว่ายินดีรับเสียงวิจารณ์เต็มที่ สำหรับสาวแซ่บอารมณ์ดี “เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้” เพราะตั้งแต่ลงทุนเปลี่ยนชื่อใหม่เจ้าตัวก็อ้าแขนรับทรัพย์นับเงินแบบรัวๆ แถมล่าสุดยังดวงดีมาก ถึงขนาดถูกลอตเตอรี่รับเงินไปเต็มๆ เหยียบล้านบาท

แต่งานนี้นอกจากเจ้าตัวจะขอมอบเงินทั้งหมดเพื่อทำบุญสร้างพระพุทธเจ้าทันใจแล้วนั้น สาวอิมยังผุดโปรเจคดีๆ ช่วยเหลือชาวนา ด้วยการยกที่ดินส่วนตัวให้ใช้สำหรับปลูกข้าวแบบฟรีๆ แถมยังยินดีซื้อข้าวที่ปลูกได้มาต่อยอดธุรกิจข้าวแต๋นปรุงรสของตัวเองและพี่ชายอีกด้วย…

ตอนที่เราถูกหวยฮือฮามาก ?

“จริงๆ เรื่องมันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้วนะคะ แต่บังเอิญว่าเมื่อช่วงสงกรานต์หนูมีโอกาสได้ไปสักการบูชาพระพุทธเจ้าทันใจที่เชียงใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีพระพุทธเจ้าทันใจหลายองค์ แต่องค์ที่หนูสร้างตรงกับองค์ที่ 109 ของโลกนี้ เป็นองค์ที่ใหญ่ที่สุด และก็มีพระสงฆ์มาร่วมสร้างจากประเทศไทย ทุกอย่างเป็นไปตามฤกษ์หมด ซึ่งตัวหนูเองก็ถือว่าเป็นตัวตั้งตัวตีสำหรับการสร้างครั้งนี้ด้วย หากใครจะไปสักการะก็สามารถไปได้ค่ะ”

“เล่าย้อนไปอีก คือตอนนั้นหนูไปสักการะท่านช่วงสงกรานต์ และพอสักการะเสร็จปุ๊ปท่านก็จัดสรรเองหมดเลย คือหนูถูกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว แต่อยู่ดีๆ พี่มดดำก็เรียกไปออกรายการ ซึ่งอันนี้หนูเชื่อว่าท่านเป็นคนจัดสรรทั้งหมด ใครจะว่าหนูงมงายก็แล้วแต่ แต่หนูงมงายมากๆ มากๆ เลยสำหรับเรื่องนี้ และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาหนูก็นำไปถวายเพื่อตกแต่งองค์ท่านหมดเลย”

“สาเหตุที่นำไปตกแต่งเพราะตอนที่แกะท่านออกมาจากแม่พิมพ์ท่านเป็นองค์เปลือย เป็นปูนมาเลย พอเห็นปุ๊ปหนูก็เลยพูดต่อหน้าท่านโดยที่ไม่ได้จุดธูปไม่ได้อะไรเลย แต่พูดไปลอยๆ ว่า ถ้าหนูถูกลอตเตอรี่หนูจะเอามาตกแต่งท่านหมดเลย ซึ่งตอนที่พี่ชายโทรมาบอกว่าถูกหวยหนูก็ไม่เชื่อนะ จนเขาย้ำว่าถูกจริงๆ เราก็เลยเชื่อ และก็นำไปสร้างพระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่ 109 ค่ะ (ยิ้ม)”

เรียกว่าปีนี้งานก็รุ่งธุรกิจส่วนตัวก็รุ่งยิ่งกว่า ?

“สาธุ (หัวเราะ) ตอนนี้กำลังปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ด้วย สวิงริงโก้ ตั้งใจทำจริงๆ ทั้งเรียงเพลง ตัดต่อ คิดเนื้อเพลง ช่วยกันคิดกันทำสองคนพี่น้อง หลังจากที่ปล่อยไปได้ 2 สัปดาห์ ตอนนี้ยอดคนดูประมาณล้านกว่าแล้ว ดีใจมากค่ะ ซึ่งเวลามีคนติดต่อมาขอใช้เพลงตามรายการอิมก็ไม่คิดเงินนะ เอาไปเลยค่ะ จะร้องเท่าไหร่ร้องไปเลย เราให้”

เป็นเพราะเปลี่ยนชื่อหรือเปล่าถึงได้ชีวิตดีขนาดนี้ ?

“ใช่ค่ะ ชื่อนี้ไม่ได้เน้นเรื่องความรักเลย แต่เน้นเรื่องงาน งานแน่นๆ ถ้ารักจะร่วงก็ไม่เป็นไร ขอแค่เป็นคนดีๆ พอ เพราะเจอแต่คนชั่วทั้งนั้นเลย เวลามีคนเข้ามาเราก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่ เข็ดแล้วค่ะ เข็ดกับการใจร้อนของตัวเอง ถ้าดูแลไม่ใช่ก็เททิ้งเลยค่ะ อยู่อย่างนี้ดีกว่า”

พักรักไว้ก่อนทำงานอย่างเดียว ?

“ใช่ แถมตอนนี้ทำธุรกิจใหม่ด้วย เป็นธุรกิจข้าวแต๋นปรุงรสที่เชียงใหม่ ซึ่งธุรกิจตัวนี้มันเริ่มจากมีชาวนาที่บ้านเข้ามาขอเช่าที่ดินซึ่งเป็นที่ดินของหนูในการปลูกข้าว แต่หนูไม่เคยเก็บเงินเขาเลย พอเป็นแบบนั้นเขาก็เลยให้ข้าวสารหนูกินตั้งแต่เด็ก จนหนูรู้สึกว่าจะทำยังไงดีให้เกษตรกรเขามีรายได้เพิ่มขึ้น จะทำยังไงดีเพราะเรารู้สึกดีกับเขาแล้ว ก็เลยเสนอไปว่าให้เขามาปลูกข้าวบนที่ดินของหนู ซึ่งหนูจะไม่เก็บเงิน แถมยังจะซื้อข้าวจากเขาอีก สุดท้ายมันก็เลยเป็นธุรกิจตัวนี้ค่ะ ช่วยๆ กันกับพี่ๆ ชาวนา (ยิ้ม)”

กาละแมร์, สุดภูมิใจในตัวเอง, เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

กาละแมร์ สุดภูมิใจในตัวเอง เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

กาละแมร์ สุดภูมิใจในตัวเอง เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

กาละแมร์ สุดภูมิใจในตัวเอง วันนี้มาไกลเปลี่ยนเป็นคนละคน เพราะเริ่มดูแลตัวเอง 

เป็นสาวเก่งมากความสามารถที่สาวๆ หลายคนอยากเป็นเหมือนเธอ สำหรับพิธีกรสาวฝีปากกล้า “กาละแมร์ พัชรศรี” เรียกว่างานก็รุ่ง ทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด เจ้าของคอนเซ็ปต์ “สวยและรวยมาก”เธอมีไลฟ์สไตล์ที่มีน่าอิจฉามากจริงๆ ว่างเมื่อไหร่ กาละแมร์ คือนักเดินทางตัวแม่ ท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือให้เราได้อ่านกันแบบเพลินๆ

อีกหนึ่งบทบาทที่ตอนนี้หลายคนยกให้เธอคือกูรูด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเธอทำและเห็นผลจริงๆ ดังภาพที่ปรากฏออกมาให้เห็นว่าเธอสวยขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอดูแลตัวเอง ในอินสตาแกรมเธอบอกว่า

” 20 ปีผ่านไปไวดั่งโกหก… เราเพิ่งมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น สิ่งที่ทำคือ กินอาหารดีมีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อน จัดสมดุลในชีวิตให้เป็น และไม่ทำศัลยกรรม! คนซ้ายอายุ20ปี คนขวาตุลานี้จะ 40 ปี #ชอบตัวเองว่ะ”

สวยและเก่งตัวจริง อยากภูมิใจในตัวเองหันมาดูแลสุขภาพแบบพี่แมร์นะจ๊ะ 

น้องลียา, ลูกสาวสุดเลิฟ, แม่ธัญญ่า ,โตแล้วยิ่งสวย

น้องลียา ลูกสาวสุดเลิฟ แม่ธัญญ่า โตแล้วยิ่งสวย

น้องลียา ลูกสาวสุดเลิฟ แม่ธัญญ่า โตแล้วยิ่งสวย

จากเด็กน้อยตัวเล็กตาหวานกลายเป็นสาวน้อยฉายแววสวย น้องลีย่า ด.ญ.ลลียา ลูกสาว ธัญญ่า กับสามี เป๊ก สัณชัย เองตระกูล

นอกเรื่องความสวยของ น้องลียา เป็นที่รู้กันตั้งแต่เกิดแล้วว่า หน้าตาจิ้มลิ้ม น่าหยิก ด้านความเก่งก็ไม่ธรรมดาโชว์ท่ายากในกายกรรมปีนผ้า กิจกรรมการออกกำลังกายโปรดของคุณแม่ได้ดีเยี่ยม แต่ละท่าอาจจะมีหวาดเสียวบ้าง แต่ด้วยความเก่งของ น้องลีย่า ทำให้ได้ท่าที่งดงามของ แฟนคลับที่ติดตามอินสตาแกรมคุณแม่ธัญญ่า มากรีดร้องและชื่นชมกันอย่างมากมาย

รวมปกในตำนาน,IMAGE,สวย,แซ่บ,สะท้านวงการ

รวมปกในตำนาน IMAGE สวยแซ่บสะท้านวงการ

รวมปกในตำนาน IMAGE สวยแซ่บสะท้านวงการ

หลังจากประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการนิตยสารชื่อดังอย่าง “IMAGE” หนังสือคุณภาพที่อยู่คู่กับคนไทยมานานมากกว่า 20 ปี สร้างความตกใจในกับคนอ่านและดาราคนดังที่เคยขึ้นปกนิตยสารกันอย่างมากมาย

โดย นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล ผู้ถือหุ้นบริษัท อิมเมจ พับลิชชิ่ง จำกัด ได้เผยว่านิตยสารอิมเมจจะหยุดชั่วคราว เนื่องจากสื่อสิ่งพิมพ์นั้นอยู่ในช่วงขาลง ทำให้บริษัทขาดทุน และจำเป็นจะต้องเลิกจ้างพนักงานเกือบทั้งหมด แต่อย่างไรถ้าหากสื่อสิ่งพิมพ์กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ก็อาจจะกลับมาทำใหม่อีกครั้ง

เริ่มต้นความแซ่บกันที่ ลูกเกด เมทินี ซุปเปอร์โมเดล ขึ้นปกนิตยสาร IMAGE เมื่อไหร่ล่ะก็คุณขา…..ต้องถึงกับขยี้ตาเลยทีเดียว หนึ่งในปกที่เป็นการพลิกวงการถ่ายแบบของไทยและถูกวิจารณ์ไปทั่วบ้านทั่วเมืองคือปี 2000 ที่นางยืนติดปีกหุ่นผอมเพรียว ร้อนแรง ถึงเวลาจะผ่านไปกว่า 16 ปี นางยังรักษาความแซ่บได้ตลอดกาล

งานนี้ไม่มีตัวแม่ของวงการ อั้ม พัชราภา ได้อย่างไร ปกในปี 2010 สาวอั้มก็ไม่น้อยหน้า ใส่ชุดชั้นสุดเซ็กซี่มีเสื้อเชิ๊ตกับขาสั้นยีนส์ เห็นทรวดทรงองค์เอวหุ่นนาฬิกาทราย หวาน ด้วยเสื้อในสีขาวตกแต่งลูกไม้บางพลิ้ว โพสท่าที่คุณผู้ชายเห็นแล้วต้องมองค้างเลยทีเดียว

อีกคนที่ฮือฮา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ในชุดบิกินี่สีขาว ขึ้นปก IMAGE ปี 2013 ก่อนจดทะเบียนสมรสกับอดีตสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ โชว์ร่องอก หุ่นเป๊ะปัง ร้อนฉ่ารับซัมเมอร์ จนหนุ่มๆ ต้องซื้อเก็บไว้

2 เมนเทอร์สาวแห่งรายการ The Face Thailand Season 2 อย่าง บี น้ำทิพย์ – คริส หอวัง แท็กทีมกันเปลื้องผ้า มือสัมผัสเต้า ขึ้นปก Image สยิวชวนฟินจนขึ้นแท่นคู่จิ้นมาแรง

มาถึงคุณแม่สุดแซ่บ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ควงสามีหล่อตี๋อินเทรนด์ บี้ kpn ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร IMAGE แต่ละภาพบอกเลยว่าแซ่บจนลืมไปเลยว่าเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน

ส่งท้ายความแซ่บก่อนนิตยสาร IMAGE จะปิดตัวลง แคทลียา อิงลิช โชว์หุ่นสุดเพอร์เฟค ซิกแพคมาเต็ม สร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโซเชียลมีเดีย ทั้งวิจารณ์และเอ่ยบอกชมบอดี้งามๆ ของนาง ถึงอายุจะใกล้เลข 4 เต็มที แต่ใบหน้าและรูปร่างยังเลอค่ามากจริงๆ

กระแต อาร์สยาม ,เดินสวยๆ ,โชว์หุ่นแซ่บ, ริมหาด,หัวหิน

กระแต อาร์สยาม เดินสวยๆ โชว์หุ่นแซ่บ ริมหาดหัวหิน

กระแต อาร์สยาม เดินสวยๆ โชว์หุ่นแซ่บ ริมหาดหัวหิน

สำหรับลูกทุ่งสาวสุดฮอต และคิวแน่นตลอดทั้งปี เธอคนนี้ กระแต อาร์สยาม หลังจากที่เพิ่งสร้างเสียงฮือฮา และกระแสวิจารณ์แซ่ด MV เพลง “สะบัด” ที่หลายคนมองว่าโป๊ จนต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันไปก่อนหน้านี้ และเดินหน้าโปรโมทเพลงกันต่อจนแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัว

ซึ่งภาพที่เห็นกระแตได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนครั้งล่าสุด ที่ทะเลหัวหิน ก็เป็นการเดินทางไปทำงาน และใช้เวลาก่อนขึ้นคอนเสิร์ต ไปเที่ยวเดินเล่นชายหาดหัวหิน และได้โชว์เ็กซี่ให้แฟนๆ ได้เห็น เดินสวยๆ โพสต์ท่า และโชว์หุ่นเป๊ะ ในชุดว่ายน้ำสีดำ ถึงจะไม่ได้ดูโป๊ แต่กลับดูเซ็กซี่เพราะหุ่นเธอที่สุดจะบรรยายนี่แหละค่ะ

รูปภาพจากอินสตาแกรม @ kratae_rsiam_official

หัวอกแม่,โอปอล์, พ่อหมอโอ๊ค, เมื่อ “น้องอลิน”, ไข้สูง,เข้ารพ.,ตอนดึก

หัวอกแม่โอปอล์ พ่อหมอโอ๊ค เมื่อ "น้องอลิน" ไข้สูงเข้ารพ.ตอนดึก

หัวอกแม่โอปอล์ พ่อหมอโอ๊ค เมื่อ “น้องอลิน” ไข้สูงเข้ารพ.ตอนดึก

หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ โอปอล์ หมอโอ๊ค เป็นกังวล น้องอลิน ไข้ขึ้นสูงเข้าโรงพยาบาลกลางดึก 

หัวอกพ่อแม่ลมหายใจเข้าออกลูกต้องมาทีหนึ่งเสมอ ยิ่งลูกน้อยป่วยไข้แล้วนั้นความเป็นกังวลของพ่อแม่ยิ่งเพิ่มมาขึ้นเป็นทวีคูณ เหมือนเช่น พ่อหมอโอ๊ค กับ แม่โอปอล์ ที่ลูกสาว “น้องอลิน” ป่วยเป็นไข้ขึ้นสูงตอนตี 4 เลยต้องพาไปโรงพยาบาล

โดยข้อความในอินสตาแกรมทั้งคุณพ่อหมอโอ๊ค คุณแม่โอปอล์ ได้เขียนข้อความว่า  “อลินไข้ขึ้นสูงตอนตี 4 คุณพ่อกับคุณแม่ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวและรับพามารพ. ตอนนี้ไข้ลดแล้วแต่ยังตัวร้อนงอแงอยู่ คุณหมอให้แอดมิตดูอาการ1วัน น้องอลันอยู่บ้านสบายดีไม่มีไข้ #แม่อ้วนไม่เป็นไรนะลูก #พ่อกับแม่อยู่ด้วยไม่ต้องกลัวนะคะ”

หนูอลินจ๋า หายป่วยเร็วๆ นะคะ แฟนคลับลุงป้าน้าอา…รอภาพน่ารักร่าเริงสดใสของ หนูอลิน นะจ๊ะ  

เครดิตภาพจาก IG : opalpanisara 

ชมพู่ อารยา ,เซอร์ไพรส์ ,เดินพรมแดง,เมืองคานส์, วันที่ 2, ในลุคเซ็กซี่

ชมพู่ อารยา เซอร์ไพรส์ เดินพรมแดงเมืองคานส์ วันที่ 2 ในลุคเซ็กซี่

ชมพู่ อารยา เซอร์ไพรส์ เดินพรมแดงเมืองคานส์ วันที่ 2 ในลุคเซ็กซี่

ได้รับเสียงชื่นชมไปไม่น้อย หลังจากที่นางเอกสาว “ชมพู่ อารยา” กับการปรากฏโฉมในชุดเดรสสุดหรูสีชมพู เพื่อร่วมเดินพรมแดงเปิดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 เมื่อวานนี้

ล่าสุด (12 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น สาวชมพู่ ก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ เพราะได้รับเชิญจากแบรนด์เครื่องประดับระดับโลกอย่าง CHOPARD ให้ร่วมเดินพรมแดงเมืองคานส์อีกครั้งในค่ำคืนนี้ จากกำหนดเดิมคือวันที่ 14 และ 15 พ.ค.

โดยในการเดินพรมแดงวันที่ 2 ชมพู่เลือกเดรสซีทรูจาก Atelier Versace Fall 2015 และเครื่องประดับสุดหรูจาก CHOPARD โชว์ความเซ็กซี่แบบตัวแม่