เล่นใหญ่มาก! แม่แพนเค้ก ผู้จัดน้องใหม่แต่ธรรมดานะเนี่ย

ยิ่งใหญ่สุดๆ สมฐานะผู้จัดซีรีส์น้องใหม่ไฟแรง แม่หน่อย นวลนง คุณติ๊ก เกษศริน และ เอส วัชรา สังข์สุวรรณ แห่ง บริษัทดิแอค โปรไทซิ่ง จำกัด ได้สร้างความอลังการณ์เวอร์วังให้กับซีรีส์ฟอร์มดีแห่งปี นางฟ้าไร้ปีก อีกครั้งหลังจากฟิตติ้ง ด้วยการลงทุนควักเงินหลักล้านคว้าโค้ชดังระดับโลก

โค้ชเรย่า Brainwaves หรือ โค้ชเรย่า รัชยา นิลกรรณ์ นักจิตวิทยาคนดัง ที่ใช้หลักสูตรเดียวกับการสอนแอคติ้งและโค้ชซุปตาร์ดังระดับโลกอย่าง บียอนเซ่ มาแล้วซึ่งขอบอกว่างานนี้ โค้ชเรย่า ถึงขั้นบินตรงมาจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อบินมาสอนการแสดงเพิ่มออร่า และความมั่นใจให้กับทีมนักแสดงซีรีส์ นางฟ้าไร้ปีก ซึ่งนำทีมโดย บอล อัศนัย ลูกเกด นภัสสร น้องโฟกัส และ 3 ดาวรุ่งจากบ้านเอเอฟ เหินฟ้า พลอยใส เมย์ มาร่วมเข้าคอร์สกันในครั้งนี้

งานนี้ยังมีเซอร์ไพร์สจาก แพนเค้ก เขมนิจ นางเอกซีรีส์ นางฟ้าไร้ปีก ครั้งแรกในชีวิตที่ลงมือมาช่วย คุณแม่หน่อย เป็นแอคติ้งโค้ชสอนน้องๆ แบบไม่มีกั๊ก เรียกได้ว่าทั้งสนุกสนานและสามัคคีอย่างสุดๆ ไม่เสียชื่อยี่ห้อผู้จัดคนเก่งแม่หน่อยเลยซักนิด

217445-511b788ea70e220120108_9z1aukqhbau1vt4h16fcImage (1)

ไผท ผดุงถิ่น – ถอดรื้อมายาคติวงการธุรกิจก่อสร้าง

ไผท ผดุงถิ่น - ถอดรื้อมายาคติวงการธุรกิจก่อสร้าง

ไผท ผดุงถิ่น – ถอดรื้อมายาคติวงการธุรกิจก่อสร้าง

เรื่อง: Arinn ภาพ: แสงอรุณ จำปาวัน, www.facebook.com/builk/

เขาต้องการเปลี่ยนวงการก่อสร้าง
เขาพูดกึ่งทีเล่นทีจริง “ถ้าผมตายไป โดนเหล็กฟาดในไซต์งานก่อสร้าง ผมควรได้อนุสาวรีย์”

โบ๊ท – ไผท ผดุงถิ่น ผู้ก่อตั้ง Builk.com ผู้ทำซอฟต์แวร์การบริหารจัดการธุรกิจก่อสร้าง รวมทั้งเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย
เขาเป็นสตาร์ทอัพไทยรุ่นแรกๆ ในบ้านเรา ก่อนที่คำนี้จะพูดกันเกร่อพอๆ กับคำว่าสโลว์ไลฟ์ เขาเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมเทคสตาร์ทอัพ (Thailand Tech Startup Association) สวมบทบาทเป็นนายกสมาคมคนแรก ก่อนจะหมดวาระไปเมื่อไม่นานมานี้ ยังไม่หมด…เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพจเจ๊จู I-JU วัสดุก่อสร้าง ที่เป็นไวรัลในโลกออนไลน์เมื่อหลายเดือนก่อน

ช่วงนี้มีแต่คนพูดคำว่าสตาร์ทอัพ จริงๆ นิยามของมันคืออะไร
สตาร์ทอัพไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกคนเคยเป็นอยู่แล้ว ธุรกิจเริ่มต้นใหม่ที่ไหนก็เรียก Start Up แต่ปัจจุบันกับสมัย 20-30 ปีที่แล้วไม่เหมือนกัน เทคโนโลยีในยุคนี้เป็นสิ่งที่ในอดีตไม่มี ใครจะถือสมาร์ทโฟนทั้งประเทศแบบนี้ ใครจะเข้าถึงข้อมูลได้แบบนี้ พฤติกรรมคนเปลี่ยนด้วยเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้เวลาพูดว่า Start Up โดยเซนส์แล้วจะเป็นเรื่อง Tech Start Up แต่ประเทศไทย บางทีภาครัฐก็ไม่เข้าใจ ใครเปิดร้านก็เป็นสตาร์ทอัพทั้งนั้น มีร้านก๋วยเตี๋ยวก็เป็นสตาร์ทอัพ แบบนั้นไม่ผิด แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และไม่ได้ทำให้เราหลุดกับดักรายได้ปานกลาง

สตาร์ทอัพคือคนที่ทำงานแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง อยู่ที่ว่ามีใครคันพอจะแก้ปัญหาหรือเปล่า เราเรียกแท็กซี่ แล้วแม่งปฏิเสธ แต่เราไม่คัน เราก็ช่างแม่งเรียกคันใหม่ แต่มีคนคิดว่า เฮ้ย! ทนไม่ได้ เลยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทำแอพที่ให้คนกับแท็กซี่แมตซ์กัน เลยเกิดแอพอย่าง Uber หรือ Grab ขึ้นมา ผมว่าบางทีก็เข้าใจสตาร์ทอัพกันผิดไปหน่อย ไม่ใช่คนทำแอพ แต่คือคนที่แก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำและทำได้เร็ว
ดูอย่าง Line หรือ Uber เกิดขึ้นมา 4-5 ปี แต่สร้างมูลค่าธุรกิจได้อย่างมหาศาล เปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้มากมาย สิ่งที่ต่างกับบ้านเราคือความเข้าใจเทคโนโลยีและการหยิบมันมาใช้ การเริ่มต้นธุรกิจต้องระลึกว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ เราอยากเห็นผู้ประกอบการไทยมองหานวัตกรรมที่ทำให้ธุรกิจสร้างความแตกต่างและเติบโตแบบยั่งยืนได้จริงๆ


Start Up กับ SMEs ต่างกันอย่างไร
สตาร์ทอัพเป็นสเตจหนึ่งของเอสเอ็มอี มันต่างกันนิดเดียวตรงที่เราเกิดมาทีหลัง แต่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีมากขึ้น ผมเคยเป็นเอสเอ็มอีก่อนที่จะมาทำโปรแกรมขาย เราแบ่งพาร์ทหนึ่งของบริษัทไปคิดแบบสตาร์ทอัพ เกิดธุรกิจใหม่ชื่อ Builk นั่นแหละ มันอาจจะเข้าไปทำร้ายธุรกิจเก่าของผม แต่ดีกว่าให้คนอื่นมาทำร้าย ผมเรียกมันว่า Constructive Disruption คือทำร้ายเพื่อสร้างใหม่

กรณี Grab Bike และ Uber Moto ที่ถูกกรมการขนส่งแบน คุณมองเรื่องพวกนี้อย่างไร
ผมมองแบบนี้ครับ หน้าที่ของภาครัฐคือต้องระวังไม่ให้เกิดปัญหา แต่ท่าทีแปลกไปหน่อย ในต่างประเทศอย่างสิงคโปร์ก็มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น ธุรกิจเก่า ธุรกิจใหม่ ผลประโยชน์เก่า ผลประโยชน์ใหม่ รัฐมีหน้าที่ป้องกัน เขาบอกว่าถ้ามีเรื่องใหม่เกิดขึ้นมา เขาจะจับตามองก่อน แต่ไม่ใช่ห้าม ผิดกับเราที่จะห้ามก่อน ซึ่งอันตรายมาก มันจะเป็นตัวบล็อกความคิดสร้างสรรค์และโมเดลธุรกิจใหม่ๆ

วิธีคิดแบบเก่าๆ ที่ว่าใช้เงินฟาด ตั้งกองทุนพันล้านหมื่นล้านส่งเสริมสตาร์ทอัพ ผมว่าแบบนั้นมีความเสี่ยงมาก เพราะทำโดยคนที่ไม่เข้าใจ เงินหาจากที่ไหนก็ได้ โลกนี้มีเงินเต็มไปหมด ถ้าสตาร์ทอัพมีคุณภาพ หาเงินได้ไม่ยาก แต่รัฐมาถึงจะเอาเงินไปอุ้ม ใครก็ได้ที่เป็นสตาร์ทอัพ ดีหรือเปล่าไม่รู้ เงินนั้นก็จะละลาย แล้วเกิดการต่อต้านจากอีกฝั่งหนึ่ง เอาภาษีกูไปละลายทำไม คำแนะนำจากผมคือว่าควรดึงคนที่มีความเป็นมืออาชีพ กองทุนจากต่างประเทศที่เคยลงทุนในสตาร์ทอัพแล้วรู้เรื่องมากกว่ารัฐหรือผม รัฐควรทำหน้าที่ของรัฐที่เอกชนทำไม่ได้ เช่นแก้กฎหมายให้ทันสมัย

กลับมาที่ตัวคุณ ช่วยเล่าเส้นทางของธุรกิจคุณให้ฟังหน่อย
ผมทำรับเหมาก่อสร้างมาหลายปี รู้ว่าปัญหาในวงการธุรกิจก่อสร้างมีอะไรบ้าง อยากจะแก้ปัญหานั้น ประมาณปี 2005 ผมเลยทำโปรแกรมบริหารจัดการธุรกิจก่อสร้าง เขียนโปรแกรมใส่แผ่นซีดีขายให้ลูกค้า ก็ขยายตัวช้าๆ ประมาณปี 2007 สภาพแวดล้อมภายในของเมืองไทยมีผลกระทบกับเราพอสมควร อุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มหดตัว ธุรกิจเริ่มเป๋ เราเลยไปทำธุรกิจที่เวียดนาม เพราะคิดว่าธุรกิจก่อสร้างที่นั่นน่าจะดี ปรากฏว่าเจ๊ง จำได้ว่าวันที่เราปิดออฟฟิศที่เวียดนามกลับมา ก็นั่งคิดบนเครื่องบินว่า เราโง่หรือเปล่าที่ต้องเดินขายซอฟต์แวร์ทีละประเทศ ทำไมเฟซบุ๊กไม่เคยมาออกบูธที่ประเทศเราเลย แต่คนแม่งยังใช้กัน ฝรั่งคิดโมเดลธุรกิจแบบนี้ได้ ทำไมเราคิดไม่ได้

ตอนนั้นได้ยินคำว่า Internet Business คือทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องใส่ซีดีขายอีกแล้ว เลยเป็นที่มาของ Builk เริ่มจากปัญหาธุรกิจซอฟต์แวร์ของผมที่ไม่สามารถขยายตัวได้เร็ว ในปี 2010 เราเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่ให้คนใช้ฟรีเลย เลิกขายแล้ว เราเห็นว่าความฟรี มันเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้เยอะมาก คนได้ประโยชน์มากขึ้น ตลาดก็เปลี่ยน เราเลยตั้งใจว่า Builk จะเป็นผู้เล่นที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมนี้ เราต้องทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น

แล้วแบบนี้รายได้ของคุณจะมาจากไหน
ช่วงแรกเราก็คิดว่าจะเป็นแบบเฟซบุ๊ก มีคนใช้เยอะเดี๋ยวก็มีโฆษณามาลง แต่สุดท้ายโฆษณาเลี้ยงดูผมไม่ได้ ผมเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เฟซบุ๊กมีคืออะไร เฟซบุ๊กมีดาต้าของคนที่ใช้ เช็คอินอยู่ที่ไหน ความรู้สึก กินอะไร ถ่ายรูปกับใคร พวกนี้คือดาต้ามหาศาล เราก็ทำคล้ายๆ แบบนั้น คนที่ใช้โปรแกรมฟรีของผมก็กำลังแชร์ดาต้ามหาศาลอยู่ เขาซื้อเหล็ก ค้อน ตะปูที่ไหน ไปสร้างบ้านอยู่โครงการไหน สมัยก่อนไม่มีใครเคยเก็บได้ วันนี้เราเป็นแพลตฟอร์มฟรี ทุกคนได้ประโยชน์จากเรา ทำงานควบคุมธุรกิจของตัวเองง่ายขึ้น เราไม่ได้เอาดาต้าไปขาย เราเอาไปวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ เช่น ผู้รับเหมารายนี้ที่ไปทำบ้านของคุณชอบบ้านสไตล์โมเดิร์น ผมก็จัดโฆษณาที่เหมาะสมกับสินค้าบ้านสไตล์โมเดิร์นให้กับผู้รับเหมา เขาจะซื้อของได้ง่ายขึ้น นั่นคือการโฆษณาที่ฉลาดขึ้น

วันนี้มูลค่างานก่อสร้าง 5 หมื่นล้าน ผมรู้แล้วว่าทำอะไรกันอยู่บ้าง แล้วใครต้องการอะไร พอผมมีดาต้าเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เห็นศักยภาพของโมเดลธุรกิจนี้ ผมเห็นคนต้องการใช้เหล็กเดือนละเป็นพันตัน ใช้ปูนพันตัน เราลองไปคุยกับโรงงานเหล็ก เอาของไปขาย แมตชิ่งดีมานต์กับซัพพลาย ส่งเหล็กไปถึงไซต์งานเลยได้ไหม โรงงานขายของได้ง่ายขึ้น ปี 2015 เราเริ่มเป็นอีคอมเมิร์ซ รายได้ก็เติบโตแบบก้าวกระโดด วันนี้เราเป็นร้านวัสดุก่อสร้างออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน จัดส่งได้ทั่วประเทศแบบไม่มีรถขนส่ง เรียกโมเดลธุรกิจแบบนี้ว่า Data Driven Construction Supply

พอทำมาถึงจุดหนึ่งพบว่า เราไม่สามารถขายของคนเดียวได้ ที่ผ่านมาเราเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้รับเหมามาเหยียบแล้วไปได้ไกลขึ้น คราวนี้ผมอาสาเป็นแพลตฟอร์มให้ร้านวัสดุก่อสร้าง เหมือนกับการสร้างห้างแบบเวอร์ชวลขึ้นมา มีคนมาเดินในห้างเยอะๆ เราก็มีดาต้า รู้ว่าแต่ละคนซื้ออะไร จากนั้นผมก็เอาของมาขายเอง และเอาร้านอื่นๆ มาขายด้วย เราอยากเป็น Marketplace แบบอาลีบาบา แต่เป็นเฉพาะทางเรื่องวัสดุก่อสร้าง แบบ b2b เริ่มที่เมืองไทยแล้วขยายไปทั่วอาเซียน เพราะดูแล้วว่างานก่อสร้างเติบโตได้อีกเป็นสิบๆ ปี

ทำไมถึงเลือกกลุ่มลูกค้าเป็น B2B ไม่ใช่ B2C
วงการก่อสร้างในไทยมีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เป็นเมกะโปรเจ็กต์ประมาณ 5 แสนล้าน แสดงว่าเป็น B2B อยู่ครึ่งหนึ่ง เราขอเลือกท่ายาก คู่แข่งก็ยังมีไม่มากนัก เราต้องคิดแบบกบฎ แบบคนไม่มีตังค์ ความคาดหวังของผมคือไม่ได้อยากรวยที่สุดในโลก เราอยากได้ชื่อในการเปลี่ยนวงการก่อสร้าง เพราะนี่คือวงการที่ล้าหลังที่สุดในโลก

เพจเจ๊จู ที่เป็นไวรัลในโลกออนไลน์ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมต้องเป็นเจ๊จู
Builk เนี่ยมันเล่ายาก วิธีการผมคือสร้างคาแร็กเตอร์ขึ้นมาคนหนึ่ง แล้วเล่าเป็นคลิปวิดีโอน่าจะเข้าใจง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้เรามีคลิปชื่อเฮียอู๋ ก็เล่าว่าชีวิตผู้รับเหมาแบบเฮียอู๋เป็นอย่างไร พอถึงจังหวะเจ๊จู เราก็ทำพล็อตให้มันดูเกรียนๆ หน่อย เล่าเรื่องร้านวัสดุก่อสร้าง เปิดเพจเจ๊จูขึ้นมา ปรากฏในหนึ่งสัปดาห์มีคนไลค์เพจแสนคน ทุกคนตั้งคำถามว่าคือใคร เราก็เลยต้องทำคลิปวิดีโอออกมาก่อนกำหนด แล้วการตอบรับดีมาก มีร้านวัสดุก่อสร้างที่สนใจแบบเจ๊จูอยากขายของกับเรา เราก็ต้องคุยกับเขา ร้านไหนพร้อมก็เอามาขึ้นก่อน ทำให้เราเข้าสู่การเป็น Marketplace เร็วขึ้น แต่เพจเจ๊จูตอนนี้เราตั้งใจให้กระแสเบาๆ ลงไป อยากให้มันไปเรื่อยๆ มากกว่า

เพจเจ๊จูทำให้คนรู้จักคุณมากขึ้นไหม
ใช่ครับ…โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เราไม่สามารถเป็น Everything for Everyone เราอยากเป็น Something for Someone ขอทำกับผู้รับเหมาที่เป็นเอสเอ็มอีก็พอแล้ว

ตอนนี้ Builk ได้เปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในธุรกิจก่อสร้าง
มีหมื่นกว่าบริษัทใช้เรา เหลืออีกแปดหมื่นรายที่ยังไม่ได้ใช้ เราก็ค่อยๆ ขยายไป นอกจากโปรแกรมฟรีแล้ว ปีที่แล้วจากงานวิจัยของ TDRI บอกว่าช่วยลดต้นทุนให้ผู้รับเหมาได้ 2.6% ปีนี้เราตั้งเป้าอยากช่วยลดต้นทุนการจัดส่งวัสดุให้ได้ 5-10% ผู้รับเหมาแย่ๆ ก็จะลดลง นั่นคือโอกาสที่ประเทศไทยได้ประโยชน์

จะเก็บความเป็นสตาร์ทอัพไว้อีกนานแค่ไหน
ผมไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็นสตาร์ทอัพแล้ว ในเชิงธุรกิจผมเจอหนทางแล้ว แต่ในทางจิตวิญญาณ ผมอยากเก็บสิ่งนี้ไว้ ทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา ต้องยอมรับว่าเราเป็นสตาร์ทอัพที่เปลี่ยนเกมคนอื่น ซึ่งไม่ได้แปลว่าคุณจะประสบความสำเร็จ อาจมีคนที่ใหม่กว่าคุณมาเปลี่ยนเกมของคุณอีกก็ได้ ถ้าผมประมาทหรือเข้าสู่คอมฟอร์ทโซนเร็วเกินไป ผมตายชัวร์ อาจมีโปรเจ็กต์ใหม่แล้วทำแบบสตาร์ทอัพ ลองผิดลองถูกต่อไป นั่นคือเพื่อให้เราอยู่รอด แล้วมองรอบข้างว่ามีใครที่เราจะร่วมมือกัน หรือเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพอื่นๆ เหตุผลที่เราต้องทำงานเหนื่อยเพราะผมกลัววันหนึ่งจะมีคนมา Disrupt เหมือนที่ผมเคย Disrupt คนอื่น

Happy Healthy แบบ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ”

Happy Healthy แบบ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ”

Happy Healthy แบบ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ”

แค่พูดคำว่า “อาหารสุขภาพ” หรือ “เมนูเฮลท์ตี้” หลายคนคงส่ายหน้าหนี พร้อมกับคิดถึงอาหารรสชาติไม่อร่อยและอุดมไปด้วยผัก แต่จริงๆ แล้วการกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์กับร่างกายไม่ใช่เรื่องยากและสามารถกินได้ (อร่อย) ทุกมื้อ เช่นเดียวกับ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ” นักร้องสาวสวยจากวงโอลีฟและเจ้าของร้านอาหารเฮลท์ตี้สุดชิก “Brekkie” ที่ยืนยันกับเราด้วยน้ำเสียงสดใส (และหุ่นสุดเฟิร์ม) ว่ากินอาหารสุขภาพก็อร่อยและมีความสุขได้ทุกวัน

“คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าอาหารเฮลท์ตี้ไม่อร่อย ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถทำอาหารสุขภาพให้ออกมาอร่อยถูกปากได้ และไม่จำเป็นต้องมีแต่ผักหรือต้องกินแต่สลัดเท่านั้น แล้วต้องเข้าใจด้วยว่าอาหารเฮลท์ตี้ไม่ใช่อาหารคลีนนะ คือไม่ใช่อาหารที่กินแล้วจะผอม แต่เป็นอาหารที่กินแล้วร่างกายแข็งแรง กินแล้วสุขภาพดี

อย่างตัวเบสท์เองกินอาหารแบบนี้แล้วไม่เคยป่วยเลย เข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้ายคือสมัยอายุ 6 ขวบ ซึ่งเรื่องแบบนี้มันจะเห็นผลกันก็ต้องในระยะยาว ไม่ใช่กินวันนี้พรุ่งนี้จะผอมหรือแข็งแรงทันที เบสท์เชื่อว่าถ้าเราดูแลตัวเองให้ดีจากภายใน สุดท้ายก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดี ที่สำคัญต้องมีวินัยในการกินด้วย แต่ก็ไม่ใช่เคร่งครัดมากจนเครียดหรือกินอะไรแทบไม่ได้เลยค่ะ (ยิ้ม)”

ฟังแบบนี้เราเลยไม่รีรอที่จะขอ “วิธีกิน” อาหารที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพของเจ้าแม่เฮลท์ตี้คนใหม่ ซึ่งเธอก็ยอมให้ล้วง (เคล็ด) ลับกันแบบไม่มีหวงเลยทีเดียว

“อย่างแรกเบสท์แนะนำให้เลือกกินพวกซูเปอร์ฟู้ดค่ะ ซูเปอร์ฟู้ดคืออาหารที่มีคุณค่าในตัวเองเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากินข้าวซึ่งเป็นแป้งเราจะได้คาร์โบไฮเดรต ได้ไฟเบอร์นิดหน่อย แต่ถ้ากินควินัวซึ่งมีทั้งคาร์โบไฮเดรตที่ดี มีไฟเบอร์ แร่ธาตุต่างๆ มีโปรตีนซึ่งข้าวไม่มี ร่างกายก็จะได้ประโยชน์และสารอาหารมากกว่า วิธีเลือกซื้อควินัวให้ดูเวลาใส่น้ำหุง ควินัวที่ลอยขึ้นมาคือฝ่อ คุณภาพไม่ดี หรือหุงแล้วฟูขึ้นมาน้อย แต่ถ้าควินัวอย่างดีหุงแล้วจะฟูขึ้นมา 5 เท่าเลยค่ะ

“ถ้าชอบผักผลไม้ลองกินอาซาอิเบอร์รี ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่มีสารแอนติออกซิแดนต์เยอะมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ กินแล้วดีกับร่างกาย ไม่แก่เร็ว หรือผักเคล มีโปรตีน ไฟเบอร์ และคลอโรฟิลล์สูง ใครชอบกินโกโก้ เบสท์แนะนำให้กินคาเคาแทน คือคาเคาจะผ่านกระบวนการโคลด์เพรสหรือการสกัดเย็นโดยไม่ผ่านความร้อนเลย พวกเอนไซม์ วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ในเมล็ดโกโก้ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีสารอาหารทุกอย่างครบ ร่างกายจะได้ประโยชน์เต็มที่

“ส่วนเวลาอยากกินของหวานเบสท์จะทำแพนเค้กง่ายๆ ใช้แค่กล้วยกับไข่ บดกล้วย 1 ผล ตีผสมกับไข่ขาว 2 ฟอง แล้วเอาลงนาบในกระทะ เป็นแพนเค้กกล้วยที่ดีต่อร่างกายกว่าการใช้แป้งแพนเค้ก กินแล้วร่างกายเอาพลังงานจากกล้วยไปใช้ได้เลย

“ที่สำคัญเบสท์จะเลือกกินอาหารออร์แกนิกเป็นหลักค่ะ อย่างผักก็ต้องปลูกในดิน ไม่ใช้สารเคมีหรือปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งดูธรรมชาติก็จริง แต่ก็เป็นปลูกในรางบังคับ ถ้าปลูกในดินคือผักจะได้โตแบบธรรมชาติจริงๆ ซึ่งดีกับสุขภาพเรามากที่สุด”

แต่นอกจากกินเพื่อสุขภาพแล้ว สาวสวยคนนี้ยังย้ำด้วยว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการกินคือ อย่าฝืนกินสิ่งที่ไม่ชอบจนเป็นความทุกข์ของชีวิต และต้องไม่อดอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลย เพียงเพราะอยากลดน้ำหนักเท่านั้น

“สาวๆ บางคนเวลาลดความอ้วนจะบอกว่าห้ามกินแป้ง ซึ่งไม่ได้นะคะ ยังไงก็ต้องกินด้วย ต้องกินให้ครบทุกหมู่และห้ามอดอาหารเด็ดขาด แต่ตัวเบสท์กินอาหารสุขภาพจนเป็นนิสัย ทุกคนมักจะคิดว่าการที่เรากินแบบนี้คือเป็นทุกข์ เหมือนแบบ…เธอมีความสุขรึเปล่า ซึ่งไม่ใช่เลยนะ (หัวเราะ) เราแค่กินในสิ่งที่ชอบ และเบสท์เป็นคนไม่ชอบกินของทอดหรืออาหารมันๆ อยู่แล้ว ไอศกรีมก็ชอบแบบซอร์เบต์ เพราะชอบกินอะไรรสเปรี้ยวๆ อย่างพวกเบอร์รีและมะนาว

ส่วนอาหารทั่วไปชอบกินส้มตำ ปลานึ่ง โดยเฉพาะปลาเผา ชอบมาก (ลากเสียงยาว) มีช่วงหนึ่งคุณแม่จะต้องซื้อปลาเผามาให้กินทุกวัน วันละตัวเลย ก็ไม่รู้กินเข้าไปได้อย่างไร ตอนนี้ชอบชาบุชาบุสไตล์อีสานด้วย ชอบร้าน Pot Ministry เพราะน้ำซุปเขาไม่ใส่น้ำตาล หรือถ้าอาหารญี่ปุ่นชอบร้าน Joushitsu Sushi ตรงเอกมัย เบสท์ชอบแซลมอน ฮามาจิ แต่จะไม่กินพวกโอโทโร่ ฟัวกราส์ คือไม่ชอบอะไรที่มันๆ เลี่ยนๆ ค่ะ”

ฟังสาวเบสท์อธิบายอย่างออกรสขนาดนี้ สาว(ผอม)น้อยอย่างเราก็ได้แต่อิจฉาไลฟ์สไตล์การกินสุดเฮลท์ตี้ของสาวสวยหุ่นดีคนนี้จริงๆ

ส่องชีวิตใสใส วัยเรียน มาร์ช – แพรวา

ซีรีส์วัยรุ่นเรื่องใหม่แกะกล่อง “Lovey Dovey แผนร้ายนายเจ้าเล่ห์” ที่สร้างจากนิยายขายดีของ สำนักพิมพ์แจ่มใส 2 โดยคว้านักแสดงวัยรุ่นสุดฮอตมาประชันบทบาทเป็นครั้งแรกหนึ่งในนั้นมี มาร์ช จุฑาวุฒิ และสาวแพรวา ณิชาภัทร พร้อมทีมนักแสดงวัยรุ่นที่มาร่วมสร้างสีสันความสนุกอีกเพียบ คอนเฟิร์มฟินกระจาย

มีโอกาสได้ไปสัมผัสตัวจริงของ มาร์ช และ แพรวา เลยไปพูดคุยกับชีวิตในวัยเรียนสักหน่อย ไปดูกันว่าชีวิตใสๆ ในวัยเรียนของน้องทั้งสองนี้จะเป็นอย่างไร

จบจากที่ไหนและตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ทีไหน?

มาร์ช : ครับผมจบจาก บัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พึ่งจบไปได้เดือนที่แล้วครับ
แพรวา : คะแพรวาจบจากโรงเรียนมัธยมขอนแก่น ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาตรี อยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นิเทศศาสตร์ค่ะ

แบ่งเวลาเรียนกับเวลาทำงานยังไง?

แพรวา : สำหรับแพรคือเราจะเลือกวันที่เรียนกับวันที่ทำงานไม่ให้ตรงกัน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องขาดเรียนเยอะ เหมือนเราจัดตารางให้เอื้อกับการทำงานและก็การเรียนด้วย
มาร์ช : เวลาของตารางเรียนตารางสอบผมจะให้ผู้จัดการดูแลให้เลย ให้เขาพยายามจัดงานให้มันไม่ตรงกับเวลาเรียนกับเวลาสอบ ยิ่งใกล้สอบผมก็จะไม่ค่อยรับงานแล้วแต่ถ้ามีงานที่จำเป็นจริงๆ ก็ต้องไปคุยกับอาจารย์ ผู้สอนให้เข้าใจครับ

มีกิจกรรมหรือวีรกรรมแสบๆ ในวัยเรียนไหม?

มาร์ช : ของผมเยอะนะ 55+ คือเข้ามหาลัยก็แสบน้อยลงเด็กๆ จะซนมากแบบโดดเรียน แตะบอลในห้องแกล้งอาจารย์ ยิ่งผมเรียนชายล้วนด้วยยิ่งซ่าเข้าไปใหญ่ครับ
แพรวา : เยอะแพรแสบ ด้วยความที่กลุ่มแพรคนเยอะ คือกลุ่มแพรเป็นสภานักเรียนแล้วจะมีกลุ่มผู้ชายผู้หญิงรวมกันแล้วจะสนิทกันมาก ค่อนข้างเหมือนได้ใจก็ซนๆ กันไป แต่พอขึ้นมหาลัยแล้วเราจะลดความแสบลงเพราะว่ามหาลัยมันค่อนข้างเรียนหนักกว่าและคือต้องตั้งใจเรียนกว่าต้องช่วยเหลือตัวเองมากกว่าตอนมัธยม

มีเทคนิคในการเรียนไหม เวลาสอบเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

แพรวา : สำหรับแพรคือเข้าเรียนแล้วฟังอาจารย์แล้วมันจะเมมอยู่ในหัวจะคุ้นๆ ตอนเข้าสอบ แต่ถ้าเราไม่ได้เข้าเลยแพรจะพยายามให้เพื่อนสอนย้อนหลังค่ะ
มาร์ช : ผมจะตั้งใจเรียนให้ห้องพยายามจำอ่านหนึ่งรอบ เวลาไปสอบมันเหมือนเป็นการทวนทำให้จำได้จริงๆ ช่วยได้เยอะเวลาไปเรียน แล้วอีกอย่างถ้าเราฟังอาจารย์พูดส่วนใหญ่มักจะออกสอบ ผมเลยใช้การจำเป็นหลักครับ

ฝากอะไรถึงแฟนๆ หน่อย ?

แพรวา : จริงๆ คือสำคัญที่สุดคือตั้งใจเรียน คือแพรก็พึ่งมารู้ตอนแบบหลังๆ ว่าแบบตอนเข้าเรียนมันก็เหมือนให้เราทบทวนไปในตัวอยู่แล้ว ก็อยากจะให้น้องๆ ทุกคนตั้งใจเรียนค่ะ ^^
มาร์ช : เด็กๆ ผมเคยตั้งคำถามนะครับว่าเราเรียนไปมันจะได้ใช้ไหม พอจริงๆ เราเรียนไปเถอะแล้วมันจะซึมซับเข้าตัวเราเองเราไม่รู้หรอกว่าบทเรียนที่อาจารย์สอนเราได้ดึงมาใช้แล้วในทุกๆ ด้าน แล้วเราจะไม่เสียดายเวลาเรียนเลย ^^

คิว วงฟลัว ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ผ่าตัดสมอง-พ้นขีดอันตรายแล้ว

924357_808503315840682_659169865_n_146656286210731877_848887308490014_902335015_n_146656286412534274_205963783084353_1582954941_n_146656286312751591_1696714887268358_1431673148_n_146656286412783259_743204862483792_76874640_n_1466562863

คิว วงฟลัว ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ผ่าตัดสมอง-พ้นขีดอันตรายแล้ว

คิว วงฟลัว ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ผ่าตัดสมอง-พ้นขีดอันตรายแล้ว

นักร้องชื่อดัง “คิว วงฟลัว” ถูกรถ จยย. ชนแล้วหนี ขณะข้ามถนนกับเพื่อน ย่านทองหล่อ อาการสาหัส หามส่ง ร.พ.กรุงเทพฯ 

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้จัดการส่วนตัว ของ นายสุวีระ บุญรอด หรือ คิว อายุ 35 ปี นักร้องนำวงฟลัวว่า คิวประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ขณะข้ามถนนในซอยทองหล่อ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 มิ.ย. ช่วงเวลา 06.00-06.30 น. ที่ผ่านมาโดยคิวกับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนบริเวณร้านนากิยะ ทองหล่อ ระหว่างนั้น ได้มีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีและทะเบียน ขับพุ่งชน จนคิวกับเพื่อนสลบคาที่ ก่อนที่รถจักรยานยนต์ จะขับหลบหนีไป

จากนั้น พลเมืองดีที่อยู่ในละแวกดังกล่าว ได้ช่วยกันนำทั้ง 2 คน ส่ง โรงพยาบาล โดยเพื่อนของคิว ถูกส่งไปยัง รพ.คามิลเลียน ย่านทองหล่อ ส่วนตัวคิวถูกส่งไปยัง รพ.กรุงเทพ

จากการโทรสอบถามผู้ดูแลถึงอาการของ คิว ทราบว่า แพทย์ได้ทำการผ่าตัดสมอง ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว นอนพักรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู รพ.กรุงเทพ แพทย์ห้ามเยี่ยมเพื่อเฝ้าดูอาการสมองบวม ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนทางด้านคดีนั้น ญาติของคิว ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ แล้ว นอกจากนี้เพื่อนและญาติของคิวยังได้ขอความร่วมมือจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เพื่อติดตามตัวคนขับรถจักรยานยนต์มาดำเนินคดี

เน็ตไอดอลเสียงใส เบียร์ เดอะวอยซ์ ลุคใหม่เซ็กซี่เบาๆ

เพื่อนๆ ยังจำ เน็ตไอดอลสาวหน้าแบ๊ว เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ ได้ไหมค่ะ? เธอเคยฟากเสียงร้องใสๆ ไว้บนเวที The Voice Thailand

ลุคของเบียร์ตอนนั้น เป็นสาวหน้าแบ๊ว ยิ้มหวานๆ บวกหน้าใสๆ ก็ทำเอาหนุ่มๆ ที่ได้เห็นและฟังเสียงเธอใจละลายกันมาแล้ว แต่ลุคล่าสุดที่ดูเธอจะเป็นสาวขึ้น ก็น่ารักไม่แพ้กัน แต่เพิ่มเข้ามาคือความเซ็กซี่ เห็นใส่ชุดว่ายน้ำสีดำ เว้าตรงเอว ผิวขาวออร่าอย่างกับสาวเกาหลี น่าจริงๆ ค่ะ

วันนี้ มีรูปของเบียร์ มาให้ดูกันด้วย ไปชมกันเลยค่ะ

น้องจีจี้ สาวน้อยแก้มป่อง ร้องไห้ง้อแง้เมื่อถูกตัดผมครั้งแรก

 น้องจีจี้ สาวน้อยแก้มป่อง

ส่องความน่ารัก น่าชัง! น้องจีจี้ สาวน้อยแก้มป่อง ร้องไห้ง้อแง้เมื่อถูกตัดผมครั้งแรก

        เมื่อไม่นานมานี้ก็เกิดรอยยิ้มปนมากับเสียงหัวเราะ สำหรับคลิปวีดิโอสาวน้อยแก้มป่อง ตาโต นั่งตัดผมด้วยความขมขื่นใจ ในขณะที่ผู้คนที่ได้ดูคลิปกับมองเห็นถึงความน่ารัก น่าเอ็นดูสุดๆ

สาวน้อยคนนี้มีชื่อว่าจีจี้ค่ะ อายุ 3 ขวบ เรื่องมีอยู่ว่าการตัดผมครั้งนี้ถือเป็นครั้งในชีวิตของเธอค่ะ เธอจึงเกิดอาการกลัวร้องไห้ง้อแง ต้องใช้วีธีการหลอกล่ออยู่นานเลยทีเดียว

แต่ผลลัพธ์ที่ออกถือว่าน่ารักสุดๆ ค่ะ และก็เป็นที่ถูกใจเหล่าบรรดาแฟนๆ ที่ติดตามนับหมื่นคนเลยทีเดียว

‘บ้านตุ่ม วิลเลจ’ รีสอร์ทสุดน่ารัก ของนักแสดงรุ่นใหญ่ ‘ชลิต เฟื่องอารมย์’

รีสอร์ทสุดน่ารัก ของนักแสดงรุ่นใหญ่ 'ชลิต เฟื่องอารมย์'

‘บ้านตุ่ม วิลเลจ’ รีสอร์ทสุดน่ารัก ของนักแสดงรุ่นใหญ่ ‘ชลิต เฟื่องอารมย์’

Baantoom Village เป็นรีสอร์ทสุดน่ารักของนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ  “ชลิต เฟื่องอารมย์” ที่หันมาเอาดีกับการเปิดรีสอร์ทน่ารักๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยว ที่มาพักผ่อน ณ หาดเจ้าหลาว จ.จันทบุรี

“บ้านตุ่ม วิลเลจ แอนด์ รีสอร์ท” ถือเป็นรีสอร์ทที่พัก ที่มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัว  ถูกออกแบบด้วยสีสันสดใส มีหลากหลายสไตล์ไม่ว่าจะเป็นสไตล์บาหลี โมร๊อคโค และโมเดิร์น

มีห้องพักให้เลือกหลายแบบ ตามความชอบ ทุกห้องถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามและใกล้ชิดธรรมชาติ

รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ wifi หรืออื่นๆ ซึ่งรับประกันได้ว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

ที่สำคัญรีสอร์ทยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ อย่าง อู่ต่อเรือพระเจ้าตาก,หาดเจ้าหลาว,ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ,พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี,รอยพระพุทธบาทพลวง

คอมเม้นท์แฟนละคร หลังชม “ทายาทอสูร“ ตอนแรก

ออกอากาศตอนแรกไปแล้วสำหรับละครรีเมคที่แฟนๆต่างรอคอย “ทายาทอสูร” เวอร์ชั่น ช่อง 3 ที่ได้เวลาตามหาทายาทกันเสียที ฝีมือของผู้จัด น้อง พรสุดา ค่าย ดีวันทีวี โดยเวอร์ชั่นนี้ได้นางเอกมากฝีมือ “เบนซ์ พรชิตา” มารับบทเป็น คุณยายวรนาฏ ผู้ลึกลับน่าเกรงขาม

เป็นตัวแม่ด้านการแสดงที่เอาอยู่ทุกบทบาทจริงๆกับสาวเบนซ์ ที่สวมบทบาทคุณยายวรนาฏ ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากคนดูไปแล้ว เรื่องราวในตอนแรกที่จะปูทางความสยองให้คนดูกับการตามหาทายาทผู้สืบทอดกันต่อไป อีกทั้งนักแสดงหน้าใหม่ ลูกหลานคุณยายก็ถูกพูดถึงด้วยเช่นกัน

กระแสการพูดถึงละครทายาทอสูรผ่านแฮชแท็ก #ทายาทอสูร ในโลกโซเชียลก็พุ่งขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียวกับการเปิดตัวตอนแรก เราไปดูคอมเม้นท์ “ทายาทอสูร จากชาวทวิตเตอร์กันว่าพูดถึงเรื่องนี้ว่าไงบ้าง!?

ความเห็นชาวเน็ต

-ตอนแรกทายาทอสูร สอบผ่านเลย ตอนต่อๆไป น่าจะพีคขึ้นอีก ขออย่าง อย่าเอาเรตติ้งมาบลัฟก็พอ กล่อง 2,000 กล่อง มันวัดความนิยมทั้งประเทศไม่ได้หรอก

-นี่ชอบการตีความคุณยายคือรู้หน้าไม่รู้ใจ ดูควรค่าแก่การโดนหลอกอ่ะ เวอร์ก่อนเห็นหน้าคุณยายก็วิ่งละจ้า

-ตอนแรกก็โอเคเลยนะ นี่ว่าภาพสวย จัดแสงโอเค

-ถ้ายังยึดติดกับละครเวอร์ชั่นเก่าแล้วมาวิพากษ์วิจารณ์เวอร์ชั่นใหม่ก็อย่าดูเลยค่ะ ไปหาเวอร์เก่าดูเอง เวลาเปลี่ยนก็มีปรับกันบ้างโน๊ะ

-หลังจากที่ ศ-ส-อา ละครทุกช่องเพลียๆมานาน (เว้นพวกซีรีส์สนุกหลายเรื่อง)ได้ทายาทอสูร มาชุบชีวิตเปิดตัววันแรกได้น่าติดตาม เบนซ์ตัวแม่เอาอยู่

-ความ 82 ของคุณยายที่แม้แต่โบท็อกซ์หรือร้อยไหมก็ทำไม่ได้ /me เดินไปหาตะขาบกินหลังบ้าน

-ทายาทอสูร 2559 คือดีงามเบนซ์เล่นได้ปังมาก คาริสาก็เล่นดีขึ้นมาก คือดีงามนางทาส ควรดูไว้ว่ารีเมคต้องแบบนี้

-นอกจากเบนซ์ก็ตะขาบนี่แหล่ะเล่นดีสุด ฝากช่องช่วยดันด้วย

-กาลสมัยเปลี่ยนฉันใด บทละครก็ปรับเปลี่ยนได้ตามฉันนั้น ถ้าจะเอาเป๊ะๆก็ไปย้อนดูเว่อร์เก่าค่ะ จะรีเมคก็ต้องใหม่ถ้าเหมือนเดิมจะทำทำไม

-คาริสา เดอะ เฟส (เนตร) เล่นดีนะ ร้ายแบบแรงๆ เหมือนนางร้ายสมัยก่อน ถือว่าสอบผ่านอยู่

-ช่อง 7 วาดรูปคุณยายวรนาฏในกระดาษ ช่อง 3 วาดในแท็ปเล็ต ว้าว ทายาทอสูรยุค 4G 55555

-คุณยายวรนาฏ สืบเชื้อสายมาจาก พระยาเชลียง พระยาเชลียงเป็นตำแหน่งเจ้าเมืองศรีสัชนาลัย

-จากการดู ทายาทอสูร นี่คิดว่าคืนนี้ต้องฝันถึงตะขาบแน่นอน เริ่มซีเรียส

ขอบคุณข้อมูลจากทวิตเตอร์ #ทายาทอสูร

ยิ่งลักษณ์FBขอบคุณแฟนเพจบึงกาฬ-ครั้งหน้าแพร่

ยิ่งลักษณ์FBขอบคุณแฟนเพจ

ยิ่งลักษณ์FBขอบคุณแฟนเพจบึงกาฬ-ครั้งหน้าแพร่

‘ยิ่งลักษณ์’ เฟซบุ๊ก ขอบคุณแฟนเพจ – ปชช.ชาวบึงกาฬ ต้อนรับอบอุ่น นัดพบครั้งต่อไป เยือนเมืองแพร่

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Yingluck Shinawatra” ว่า ขอขอบคุณแฟนเพจ ประชาชน และน้อง ๆ จากโรงเรียนบึงกาฬ กับการต้อนรับที่อบอุ่นทุกครั้งที่ไปเยือน และที่สำคัญยังได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว “เชิงพุทธรักษ์” ที่สวยงาม อย่าง “ภูทอก” ให้ได้ไปเยี่ยมชมอีกด้วย และพบกันครั้งหน้าที่ จังหวัดแพร่