ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

‘นิโคลา สเตอร์เจียน’ นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์เตรียมเจรจากับสหภาพยุโรป ขออยู่ในอียูต่อไป แม้สหราชอาณาจักรจะลงประชามติออกจากอียูก็ตาม

นางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ ระบุว่าจะเจรจาโดยด่วนกับสหภาพยุโรปหรืออียู เพื่อหาทางรักษาสถานภาพของสกอตแลนด์ในอียูต่อไป หลังจากผลประชามติเบรกซิทออกมาเมื่อวานนี้ว่าสหราชอาณาจักรจะออกจากอียู

เสียงข้างมากจากทั้งอังกฤษ และเวลส์เลือกที่จะออกจากอียู ส่งผลให้สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ที่แม้จะเลือกอยู่ต่อ แต่ก็ต้องออกจากอียูด้วยในฐานะส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ทำให้นางสเตอร์เจียนบอกว่า มีโอกาสที่สกอตแลนด์จะทำประชามติ แยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังจาก2ปีก่อนหน้านี้เคยมีการลงมติค้านการแยกตัวออกจากอังกฤษมาแล้ว

ผลสำรวจจาก UK ผู้หญิงหรือผู้ชาย ที่ใช้มือถือเล่นอินเทอร์เน็ตมากกว่ากัน?

เดาได้ว่าหลายคนน่าจะตอบถูก เพราะคำตอบก็คือ ผู้หญิง! ดูเหมือนว่าผลการศึกษานี้จะไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่ผู้หญิงจะใช้เวลาอยู่บน อินเทอร์เน็ตนานกว่าผู้ชาย

ผลสำรวจ

จากรายงานของ UKOM ได้กล่าวไว้ว่า กว่าครึ่ง (49%) ของผู้หญิงชาวอังกฤษใช้เวลาอยู่บนอินเทอร์เน็ตพร้อมสมาทโฟนของเธอ โดย 59% เป็นหญิงสาวในช่วงวัย 18-24 ปี เมื่อเทียบกับฝ่ายชายแล้วมีเพียงแค่ 39%

สำหรับ PC และแล็ปท็อป จัดเป็นอุปกรณ์หลักของฝ่ายชายในการใช้อินเทอร์เน็ตนับเป็นจำนวน 48% เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ใช้ PC และแล็ปท็อปเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 35% นอกจากนี้ ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงใช้เวลากับโซเชียลมีเดีย ช้อปปิ้ง และเล่นเกมบนแอปพลิเคชันเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้เมื่อเดือนเมษายน ปี 2016 ยังมีตัวเลขที่น่าตกใจของสาวๆ เหล่านี้ที่ใช้เวลาถึง 4.8 พันล้านนาทีในการเล่นโซเชียลมีเดียบนสมาทโฟน และ 1.5 พันล้านนาทีไปกับการดูสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ เห็นได้ชัดว่าการทำความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคว่ามีความแตกต่างกันใน แต่ละแพลตฟอร์มจะเป็นตัวช่วยให้เอเจนซี่และนักโฆษณาวางแผนแคมเปญได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น
เช่นการค้นพบว่า ผู้ชายจะใช้แล็ปท็อปท่องอินเทอร์เน็ตมากกว่าสมาทโฟน

หลังจากผลการสำรวจครั้งนี้ ทำให้หลายๆ บริษัทในอังกฤษได้ออกแคมเปญ ‘It’s good to talk’ ที่สนับสนุนให้บรรดาผู้ชายใช้เวลาแชท พูดคุย เพื่อเชื่อมต่อและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น

ที่มา : Marketingtechnews

โลกเศร้า สูญเสีย “มูฮัมหมัด อาลี” ตำนานมวยเฮฟฟี่เวท

โลกเศร้า สูญเสีย “มูฮัมหมัด อาลี” ตำนานมวยเฮฟฟี่เวท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) มูฮัมหมัด อาลี ตำนานมวยเฮฟฟี่เวทชื่อก้อง วัย 74 ปี เสียชีวิตแล้ว หลังทรุดป่วยด้วยอาการด้านระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนจากโรคพาร์กินสัน ที่เขาทนทุกข์ทรมานมาตลอดหลายปีในช่วงบั้นปลายชีวิต ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองสกอตเดลล์ รัฐแอริโซนา สหรัฐฯ อย่างเร่งด่วนไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา

สำหรับงานศพของมูฮัมหมัด อาลี จะจัดขึ้นที่บ้านเกิดของเขาในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะมีผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก ซึ่งอาจรวมถึง ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐอเมริกา เดินทางไปร่วมไว้อาลัยด้วย

ทั้งนี้ มูฮัมหมัด อาลี ( Muhammad Ali) อดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน มีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์ (Cassius Marcellus Clay Jr.) แต่นิยมเรียกว่า เคสเซียส เคลย์

มูฮัมหมัด อาลี เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1942 ที่เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกี้ สหรัฐอเมริกา และก้าวเข้าสู่วงการชกมวยเมื่ออายุเพียง 12 ปี โดยเขาคือนักมวยคนแรกที่ครองแชมป์มวยเฮฟวีเวทโลก 3 สมัยในปี 2507, 2517 และ 2521 จนทำให้ถูกยกให้เป็นแชมป์มวยระดับตำนานของโลก

ภาพจาก gettyimages

‘หนุ่มญี่ปุ่น’, งง ,โดนติง, ‘น่าละอาย’ ,ปมวอลเลย์บอลหญิง

'หนุ่มญี่ปุ่น' งง โดนติง 'น่าละอาย' ปมวอลเลย์บอลหญิง

‘หนุ่มญี่ปุ่น’ งง โดนติง ‘น่าละอาย’ ปมวอลเลย์บอลหญิง

‘หนุ่มญี่ปุ่น’ งง โดนชาวเน็ตติง ‘น่าละอาย’ สร้างดราม่าในเฟซบุ๊กตนเอง กรณีการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016 รอบคัดเลือกเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ชี้ไม่ได้ห้ามวิจารณ์ แนะไปร้องสมาคมวอลเลย์ฯญี่ปุ่นจะดีกว่า 

19 พ.ค. 59 คุณ Akihiro Tomikawa หรือเจ้าของเฟซบุ๊คชื่อ Akihiro Koki Tomikawa หนุ่มญี่ปุ่นที่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริการของแท็กซี่ ที่ประจำอยู่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016 รอบคัดเลือกเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งไทยแพ้ญี่ปุ่น 2-3 เซตท่ามกลางข้อครหาเกิดขึ้นมากมาย

โดยคุณ Akihiro ได้ระบุ วันนี้มีการแข่งขันวอลเล่ย์บอลไทยกับญี่ปุ่นครับ และดูเหมือนจะมีดราม่าในเฟซบุ๊กผมครับ ผมคิดว่า ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม การโกงก็คือความน่าอายครับ ผมไม่ได้บอกว่า “อย่าต่อว่าญี่ปุ่น” แต่ผมแนะนำว่าให้ติดต่อกับ “สมาคมวอลเล่ย์บอลของญี่ปุ่น “ครับ ถ้าหากคุณต้องการร้องเรียนเกมการแข่งขันครั้งนี้ น่าจะได้ผลมากกว่าต่อว่าผมนะครับ

มีชาวไทยจำนวนมากเข้ามาต่อว่าถึงเกมการแข่งขันดังกล่าว ทั้งที่ตนไม่ได้ดูและไม่ได้สนใจ ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า จะให้ผมทำยังไงครับ ทำไมมีแต่คนถามผมเรื่องวอลเล่ย์บอล มีคนรักชาติหลายคน ความจริงแล้วผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ผมเลยไม่ได้ดูการแข่งขัน เหมือนว่าวันนี้ญี่ปุ่นจะชนะ แต่การตัดสินน่าสงสัย ความจริงผมพูดได้แค่ว่า “ยินดีด้วย” สำหรับผู้ชนะ ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะก็ตาม

แต่น่าแปลกนะครับ มีข้อความจากคนไทยหลายคนส่งมาหาผม บางคนพูดว่า “น่าละอาย” ถึงบางคนที่ส่งข้อความมานะครับ ผมขอถามพวกคุณนะครับ ถึงผมจะเจอประสบการณ์แย่ๆจากสนามบินหรือคนขับแท็กซี่บางคน คุณจะคิดยังไงครับถ้าผมพูดแบบนี้ “น่าละอาย” ถ้าผมพูดแบบนี้กับคนขายบะหมี่ที่สะพานควาย

อียู,หนุนหารือ,ไทย,เป็นคู่ค้า,พัฒนาเศรษฐกิจ

อียูหนุนหารือไทยเป็นคู่ค้าพัฒนาเศรษฐกิจ

อียูหนุนหารือไทยเป็นคู่ค้าพัฒนาเศรษฐกิจ

‘กิตติ’ แจง อียู เข้าใจสถานการณ์ไทย พร้อมสนับสนุนหารือเป็นคู่ค้ากัน มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ

นายกิตติ วะสีนนท์ รองประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผย หลังคณะสมาชิกสภายุโรปกลุ่มความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน (Delegation for relations with the countries of Southeast Asia and the Association of Southeast Asian Nations) และคณะอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน (Subcommittee on Human Rights) เข้าหารือ กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวานนี้ (18 พ.ค.2559) ว่า เป็นการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและติดตามการพัฒนาการและศักยภาพด้านต่าง ๆ ของไทยในฐานะที่ไทยผู้ประสานงานและขับเคลื่อนอาเซียน – อียู

ทั้งนี้ ในด้านการเมืองและสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยนั้น นายกิตติ กล่าวว่า ทางอียูก็ได้มีการศึกษามาอยู่แล้ว จึงไม่ได้ลงรายละเอียด ซึ่งไทยเองก็ได้อธิบายสถานการณ์ภายในประเทศให้เกิดความเข้าใจตรงกันมากยิ่งขึ้น

ส่วนมากจะเป็นการหารือในประเด็นการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ และการค้า โดย ต้องเข้าใจว่าต่างฝ่ายต่างมีปัญหาและจ้อจำกัด ที่ต้องพึ่งพากันและกัน อย่างไรก็ตาม ทางอียูก็ยังคงสนับสนุนให้มีการหารือและเป็นคู่ค้ากันต่อไป

เตรียมเปิดใช้บริการ,อาคาร,จอดรถ,ใต้ดิน ,19 ชั้น, แห่งแรกของประเทศจีน

เตรียมเปิดใช้บริการอาคารจอดรถใต้ดิน 19 ชั้น แห่งแรกของประเทศจีน

เตรียมเปิดใช้บริการอาคารจอดรถใต้ดิน 19 ชั้น แห่งแรกของประเทศจีน

     จีนเปิดอาคารจอดรถใต้ดิน 19 ชั้น ในมณฑลเจ้อเจียง เป็นแห่งแรกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นอาคารจอดรถใต้ดินที่ลึกที่สุด แก้ปัญหาการใช้ที่ดินสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

     สำนักข่าว CCTVnews ของจีน รายงานว่าเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง จะเปิดให้ประชาชนใช้บริการอาคารจอดรถใต้ดิน 19 ชั้น เป็นที่แรกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นอาคารจอดรถที่ลึกที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาในจีน อาคารหลังดังกล่าวสามารถรองรับการจอดรถได้มากถึง 114 คัน

     คนขับรถที่ต้องการจอดรถเพียงแค่ขับรถยนต์เข้าไปจอดในลิฟต์ขนส่งเท่านั้น หลังจากนั้นตัวลิฟต์จะเคลื่อนที่ไปยังจุดจอดรถที่ว่างอยู่ในเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้น

     บริษัทผู้สร้างอาคารจอดรถใต้ดินดังกล่าวมีระบบจัดการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ในอัตราค่าจอดรถที่ชั่วโมงละประมาณ 40-50 บาท แต่ยังอยู่ระหว่างทบทวนหาข้อสรุปให้แน่ชัดอีกครั้ง

     ด้านผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า อาคารจอดรถดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถให้กับเมือง ช่วยแก้ปัญหาการใช้ที่ดินสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และช่วยแก้ปัญหาการจอดรถกีดขวางการจราจร